สินค้ารักษ์โลกของแบรนด์ดัง
เพิ่งขายหนังสือเก่า หนังสือพิมพ์ และขวดพลาสติก
ของเหลือใช้ กองเบ้อเร้อ แต่แปรเป็นเงินได้นิดเดียว
“กระดาษผมให้โลละ 5 บาท พลาสติกโลละ 8 บาทครับ” เจ้าของซาเล้งบอกราคารับซื้อ
จะบอกราคาเท่าไร ก็ต้องขายครับ เพราะนานๆจะอยู่บ้านตรงกับวันที่รถเข็นซื้อของเก่าเข้ามาพอดี
ขนของออกจากหลังบ้าน มาชั่งกิโลเสร็จสรรพ นับไปนับมา
“รวมทั้งหมด 80 ครับ” คนรับซื้อบอกมูลค่า
“โห น้อยจัง” ผมคิดในใจ
แม้จะรู้ว่า ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เป็นขยะ
แต่นี่คงเป็นวิธีที่สร้างมูลค่าได้น้อยที่สุด …more
กลยุทธ์วันวาเลนไทน์
เมื่อปีที่แล้ว ผมได้เล่าถึงหมากฝรั่งกลิ่นกุหลาบ ที่เคี้ยวแล้วช่วยให้มีกลิ่นหอมซึมเข้าร่างกายมาปีนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้ารอว่า ในเทศกาลวาเลนไทน์แบบนี้ ญี่ปุ่นจะมีสินค้าอะไรออกสร้างความประหลาดใจแต่ในเมื่อเทศกาลวันแห่งความรักนี้ เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ก็ขอนำกลยุทธ์ของผู้ค้าปลีกรายเด่นๆมาฝากกัน
ขอเริ่มจากไทย ไปยุโรป ต่อด้วยอเมริกา แล้วค่อยกลับมาจบที่ญี่ปุ่นก็แล้วกันนะครับ more…
หมู่บ้านรถยนต์จัดสรร
เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มาหลายเดือน และเรื่องราวก็ยังไม่จบมีโผล่มาเป็นระยะๆก็เรื่อง “ค่าชดเชยเสียงดัง” ของผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิยังไงครับปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องหาทางออกกัน หวังว่าผลสุดท้ายน่าจะพอใจกันทั้งสองฝ่าย
วันนี้เลยอยากจะเอา case ของต่างประเทศมาเขียนเล่าสู่กันฟัง เผื่อเป็นไอเดียตัวอย่าง ลองมาคิดเล่นๆ กันดูมั๊ยครับ ว่าถ้ามีที่ดินผืนใหญ่ อยู่ใกล้สนามบินจะทำธุรกิจอะไรดี?สร้างบ้านจัดสรร! คงเจ๊งแน่ๆ ใครจะไปทนเสียงดังทำโรงงาน! ก็ไม่ได้ เพราะไม่มีระบบ zoning ที่ไหนในโลกเขาให้โรงงานมาอยู่ใกล้สนามบินปลูกผัก ทำการเกษตรหล่ะ!
อันนี้ก็ไม่น่าจะคุ้มค่านะ หากเทียบราคาที่ดินกับผลผลิตที่ได้
ดังนั้น ต้องเป็นธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต เพราะจะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องเสียงทางเลือกหนึ่งของสนามบินที่ Colorado คือ “หมู่บ้านรถยนต์จัดสรร”
หมู่บ้านรถยนต์จัดสรร คืออะไร?หมู่บ้านรถยนต์จัดสรร ก็คือหมู่บ้านของที่จอดรถ (อ้าว! ทำไมตอบง่ายๆแบบนี้)เพราะมองไกลๆ ก็เหมือนเป็น “บ้านจัดสรร” ที่มีทั้งบ้านเดี่ยวชั้นเดียว และดึกแถวชั้นเดียว ในเมื่อบริเวณนี้เสียงดัง คนอยู่ไม่ได้ เขาก็เลยทำเป็น “หมู่บ้านรถยนต์จัดสรร” ให้บรรดาคนมีตังค์ ซื้อเอาไว้จอดรถหรู รถแพงเวลาจะบินไปต่างเมือง ต่างมลรัฐหรือต่างประเทศ ก็ขับมาจอดที่นี่ เพราะอยู่ใกล้สนามบินตอนขากลับ ออกจากสนามบิน ก็แวะมาเอารถที่จอดไว้ แล้วขับเข้าเมืองเองสะดวกกว่าให้คนมารอรับเป็นไหนๆ นอกจากจะมีบริการรถ shuttle คอยรับส่งไปยัง terminal ของสนามบินแล้วเขายังมีบริการชาร์จแบต และซ่อมบำรุงเล็กๆน้อยๆ กรณีฉุกเฉิน
AirportGarages แห่งนี้จึงมีทั้งซื้อไว้ใช้เอง ซื้อแล้วเปิดให้เช่า และซื้อไว้เก็งกำไร ถ้าจะสร้างหมู่บ้านแบบนี้ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ
ผมไม่แน่ใจว่าจะรอดหรือเปล่าแต่ถ้าไปสร้างแถวๆชายแดนกัมพูชา หล่ะก็ไม่แน่!!!!
เพราะผมเห็นรถแพงๆ จอดเรียงราย ไว้หลายคืนกว่าเจ้าของจะกลับจากทำธุระในฝั่งเขมร รถก็คลุกฝุ่น คลุกน้ำค้าง จนมอมไปหมด
Freecycle ของเก่าใช้ใหม่ ไม่ล้นโลก

อยากได้โซฟาตัวใหม่ครับ แต่ติดที่ตัวเก่าก็วางกินที่เต็มบ้านอยู่แล้วจะขายคงได้ไม่กี่ตังค์! เอาไปบริจาคดีกว่า แต่ว่าจะขนไปวัดสวนแก้วยังไงดี?
ผมว่าหลายคน คงต้องเคยเป็นอย่างผมแน่นอนไม่อย่างนั้น คงไม่มีคนคิดทำเว็บ Freecycle ขึ้นมาหรอกเว็บนี้เกิดจากไอเดียที่ต้องการลดขยะจึงหาทางนำของที่เหลือใช้ มาปัดฝุ่นใช้ใหม่ หรือ Recycle
อย่างที่เรารู้จักนั่นแหละครับกลุ่มนี้เขาใช้เว็บ เป็นที่พบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเวลาที่สมาชิกจะย้ายบ้านหรือจะซื้อของใหม่ อาจมีของเหลือใช้ ก็นำมา post บอกเพื่อนๆคนอื่นว่า “มีของให้ฟรี”นะ ใครอยากได้ก็ติดต่อมา และก็นัดเวลารับของกันและเพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ในการตัดสินใจว่าจะบริจาคให้ใคร หรือใครสามารถมารับของได้ เขาก็ให้มีการระบุชุมชนด้วยชุมชนเดียวกัน ก็แปลว่าอยู่ใกล้กัน ด้วยคอนเซ็บที่ ทุกอย่างฟรีหมด ไม่มีค่าสมาชิก จึงเป็นที่มาของชื่อ Freecycle
ฟังดูก็ธรรมดานะครับแต่ด้วยจำนวนชุมชนกว่า 3,390 แห่ง และสมาชิกกว่า 3,306,259 คนผมว่าเว็บนี้ไม่ธรรมดาซะแล้วครับ
ผมลองเข้าไปดูว่า Thailand จะมีชุมชนหรือเปล่าปรากฎว่า มีซะด้วย! โดยใช้ชื่อชุมชนว่า “บางกอกปลอดฤชา (BangkokFreecycle)” ก่อตั้งมาได้เกือบครบปีแล้วครับ มีสมาชิก 58 ท่าน
เห็นทีต้องลองไปสมัครเข้าชุมชนซะแล้วเพราะที่ชุมชนนี้ ไม่ได้มีแต่บริจาคฝั่งเดียวนะครับผมเห็น Post ของบางประเทศ เขาก็มี “รับบริจาค” ด้วยเรียกว่า “ถ้าใครมี ผมขอนะ!”
ไม่ใช่ว่าผมอยากได้ของฟรีหรอกนะครับ แต่อยากช่วยลดขยะไม่ให้ล้นโลก
Roaming Restaurant
มีหลายคู่ที่ถนัดงานคนละแบบ หรือมาจากคนละอาชีพ แล้วมาทำธุรกิจร่วมกัน กลายเป็นธุรกิจแปลกใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างดี แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเมื่อ “Chef” กับ “กวี” จับมือกันแล้วจะได้ภัตตาคารที่ Cool สุดๆ
ไอเดียนี้เกิดจาก 2 พี่น้อง Joe และ Jeremy ที่มีดีคนละแบบ เปิดร้านอาหารชื่อ The Ghetto Gourmet ที่ให้ทั้งอาหารอร่อย งานศิลปะชิ้นเลิศ และมิตรภาพใหม่ของคนมาร่วมทานอาหาร ร้านนี้ไม่มีร้านเป็นหลักเป็นแหล่งครับ แต่จะย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆ เป็น Roaming Restaurant
ลูกค้าที่ต้องการที่จะมาทานอาหารของ The Ghetto Gourmet ต้องรอการแจ้งทาง email ว่าจะมีการจัดอีกครั้งที่ไหน เมื่อไหร่ ใครอยากทาน ก็มากรอก email ทิ้งไว้ การจัดงานจะย้านสถานทีไปเรื่อย มีทั้งสวนกลางแจ้ง ร้านขนาดใหญ่ หรือบ้านของใครสักคน
โดยนอกจากจะมีอาหารอร่อยแล้ว ยังมีการแสดงดนตรี เดี่ยวไมโครโฟน งานแสดงภาพถ่าย หรืองานศิลปะอย่างอื่น หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามแต่ละโอกาสและสถานที่ เรียกว่า อารมณ์ศิลปินสุดๆ แถมสัญลักษณ์ร้านเป็นรูปหัวกระโหลกใส่หมวกพ่อครัว โดนมีช้อนกับส้อมไขว้แทนดาบกับปืน ก็เป็นเครื่องหมายยืนยันความติสท์ ได้เป็นอย่างดี
ฟังดูเหมือนกับศิลปินเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตเลย โดยมีมิตรรักแฟนอาหาร ตามมาให้กำลังใจ สนนราคาราวๆ คนละ 40 ดอลลาร์ ก็จัดว่าไม่แพงนัก
source: clookclick.com
ซาเล้ง Hi-tech
เพิ่งย้ายออฟฟิศเสร็จครับกำลังจัดของให้เข้าที่เข้าทาง
ไม่น่าเชื่อว่า จะมีสมบัติกองมหึมาให้ต้องจัดการงานนี้คงขายกระดาษได้หลายตังค์แน่นอนไม่รู้หมกได้อย่างไร
เอกสารบางชิ้นเก็บมาตั้งแต่สมัยขงเบ้งแห่งกองทัพไทย ยังเป็นนายกฯ อยู่เลย
พูดถึงการนำของใช้แล้ว มาใช้ใหม่ในบ้านเรายังยุ่งยากและไม่สะดวกเท่าไรหลายอย่างจึงกลายเป็นขยะ ทั้งที่สภาพจริงๆก็น่าจะใช้ได้อยู่ แต่ถ้าเป็นที่ Philadelphia เขามีระบบการจัดการ Recycle ที่ชื่อว่า RecycleBank ซึ่งน่าเลียนแบบมั๊กๆระบบนี้ เปิดโอกาสให้ครัวเรือนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิก ซึ่งจะได้ถัง Recycle ประจำบ้าน โดยที่มี barcode อยู่ข้างถังสมาชิกให้แต่ละครัวเรือน เพียงแค่นำขวดชา ขวดเหล้า เศษกระดาษ ถาดขนม และของอื่นๆที่นำมาใช้ใหม่ได้ ใส่ลงในถังจากนั้นรถจัดเก็บก็จะมารับ เหมือนรถมาเก็บขยะนั่นแหละ แต่ที่แตกต่างคือ ระบบ barcode จะอ่านค่าว่าบ้านหลังนี้ มีของ recycle หนักเท่าไรน้ำหนักทุกกิโล จะกลายเป็นแต้ม ที่นำไปแลกเป็นสินค้า หรือใช้เป็นส่วนลด
ซึ่งจากการที่เขาหาพันธมิตรได้เยอะ ยิ่งทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นก็แหม พันธมิตรมีทั้ง Starbucks, Green Mountain, Coca cola, Toshiba, HP, Petco, Diamond.com, Whole Food Market ใครจะไม่สนใจหล่ะรวมทั้งหมดก็ 45 รายแล้ว ดูๆแล้ว ก็คล้ายซาเล้งบ้านเรานะครับ
แต่เป็นซาเล้ง Hi-tech
ให้ความเห็น
ให้ความเห็น
ให้ความเห็น