ทำธุรกิจอะไรดี? (อีกแล้วครับท่าน)

มีจดหมายไฟฟ้า(อีเมล)หลังไมค์เข้ามาถามว่าทำธุรกิจอะไรดี? โดยมีสินค้าที่อยู่ในความสนใจ 3 รายการด้วยกัน ผมเห็นว่าคำตอบนี้น่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านหลายท่าน เลยถือโอกาสนี้ขออนุญาตคุณภัทร นำมาตอบหน้าไมค์แทน คงไม่ว่ากันนะครับ

3 สินค้าที่ว่า ก็มี 1.ผลิตภัณฑ์จากมะรุม 2.เครื่องประดับลายไทย 3.น้ำสมุนไพรบรรจุแก้ว

ถามว่าสินค้าเหล่านี้มีโอกาสทางการตลาดไหม?
ตอบได้เลยว่า มีครับ!!!
และมีเยอะด้วย แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าเราจะเจาะ ‘ตลาด’ ไหน
ตลาดต่างประเทศ หรือตลาดในประเทศ
จะขายในบางจังหวัด หรือผลิตจำนวนมากส่งร้านค้าปลีก

ตลาดต่าง ตัวสินค้าก็ต่างกันครับ

ในความคิดของผม ‘สินค้า’ มีความสำคัญ แต่ ‘ตลาด’ ก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน
สังเกตไหมครับ ตอนที่กระแสสุขภาพบูมใหม่ๆ ชาเขียวมาแรงมาก จนคนคิดว่า น้ำอัดลมต้องตายแน่ๆ
จะไม่ให้คิดแบบนั้นได้ไงครับ ก็ในเมื่อโคคาโคล่า และเป๊บซี่โค ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำอัดลม ต่างปรับกลยุทธ์ ไล่ซื้อบริษัทผลิตน้ำดื่ม ผลิตน้ำผลไม้กันจ้าละหวั่น เพราะเกรงว่าคนจะเลิกดื่มน้ำอัดลม

แต่ถึงตอนนี้เป็นยังไงครับ น้ำอัดลมก็ยังขายดี ที่เป็นแบบนี้เพราะ มีตลาดชัดเจน
น้ำอัดลม มีจุดขายที่ความสนุก ความสุขกับเพื่อนๆ
ดังนั้น แม้หลายคนจะรักสุขภาพ แต่ก็มีบางช่วงอารมณ์ที่อยากดื่มน้ำซ่าๆเย็นๆ

ถึงตรงนี้ผมอยากให้คุณภัทรและท่านผู้อ่าน ลองถามตัวเอง ว่าเป็นคนรักสุขภาพไหม?
ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนรักสุขภาพ อยากมีหุ่นดี ไขมันไม่ย้อย พุงไม่ยื่น แต่แหม… ก็ขอตามใจปากกันบ้าง

ดังนั้น ต่อให้กระแสสุขภาพมาแรงแค่ไหน สินค้าทำลายสุขภาพก็ยังขายได้อยู่
เพียงแต่ว่า อาจต้องเจอแรงเสียดทานมากขึ้น เช่น กฎระเบียบต่างๆ ในบางประเทศเขาก็ห้ามขายน้ำอัดลมในโรงเรียนนะครับ
ในเมืองไทยก็ชัดเจนเฉพาะ เหล้า เบียร์ บุหรี่ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะครับ อาจมีรายการอื่นเพิ่มเติม

สรุปคือ ถ้าเลือกสินค้าเพื่อสุขภาพ ก็เหมือนเราพายเรือตามน้ำครับ มันจะพายง่ายหน่อย แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะชนะเรือลำอื่น
ส่วนเครื่องประดับลายไทย ในมุมมองผม เหมือนน้ำนิ่งครับ แต่จะไหลลึกหรือเปล่าไม่รู้ สินค้าตัวนี้ มีตลาดเฉพาะ ขายได้เรื่อยๆ ไม่หวือหวา

เมื่อเลือกกินตามน้ำ เอ้ย! พายตามน้ำ แล้วทีนี้ก็มาหาวิธี พายให้เร็วกว่าคู่แข่ง
ข้อนี้แหละครับ ที่เราต้องเลือก ‘ตลาด’
หากเทียบเป็นเรือแข่ง ก็เหมือนเลือกสนามแข่งขันนั่นเอง

‘ตลาด’ นอกจากจะแบ่งด้ายสายตาที่เรามองเห็นกันแล้ว เช่น
ตลาดในประเทศ หรือตลาดต่างประเทศ, ตลาดกรุงเทพ หรือตลาดต่างจังหวัด, ตลาดนัด หรือตลาดติดแอร์ ฯลฯ

‘ตลาด’ ยังสามารถแบ่งตามพฤติกรรมหรือไลฟสไตล์ได้ด้วย
เช่น เรยา เป็นเวิร์กกิ้งวูแมน ในแต่ละวันต้องเร่งรีบ มีเวลาน้อย ก็ยอมจ่ายแพง ซื้อสลัดจานละ 50-60 บาท ส่วนสรวงสุดาเป็นข้าราชการ ซี 7 แม้งานจะเยอะแต่ก็พอมีเวลาสำหรับมื้อเช้า จึงชอบซื้อผักมาทำสลัดทานเอง ในขณะที่ สมสมรแม่ค้าหมูปิ้ง ก็มีวิธีดูแลสุขภาพด้วยสลัดสไตล์ไทย ก็ผักจิ้มน้ำพริกนั่นเอง

ลองนึกเล่นๆสิครับ ถ้าจะเอาผลิตภัณฑ์จากมะรุม ไปขายให้ 3 สาว ควรจะเอาอะไรไปขายให้ใคร
‘เม็ดมะรุมแห้ง เม็ดมะรุมแกะเปลือก หรือสารสกัดจากเม็ดมะรุม’
จะเห็นว่า เม็ดมะรุมแห้งใส่ถุง ชั่งขายเป็นขีด คงจะเหมาะกับสมสมร และสรวงสุดา แต่ถ้าเอาไปขายให้เรยา อาจมีวีน

สมมติว่าตัดสินใจทำเม็ดมะรุมแห้ง เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางระดับล่าง โดยตั้งยี่ห้อเป็นของตัวเอง
แล้วมันต่างจากที่มีอยู่ในตลาดอย่างไร?
มีอะไรดีกว่าของคู่แข่ง?

น้ำสมุนไพรก็เหมือนกันครับ
ตอนนี้ก็มีวางขายในตลาดพอสมควร ทั้งแบบขายเป็นแก้วๆตามรถเข็นและคีออส กับแบบบรรจุขวดจากโรงงานขายผ่านร้านสะดวกซื้อ
การจะทำสินค้าใหม่เข้ามาแข่ง ต้องมี ‘จุดต่างที่สร้างคุณค่าในสายตาลูกค้า’

เล่ามาซะเยอะ ฟังแล้วอาจถอดใจ
แต่…อย่าเพิ่งท้อครับ

คนที่ประสบความสำเร็จทางการค้า คือคนที่เดาใจลูกค้าได้ถูก
เดาว่าเสื้อผ้าสีอะไรมาแรง
เดาว่าหน้าร้อนนี้ คนอยากกินไอติมรสชาติไหน
เดาว่าลูกค้าจะเต็มใจจ่ายตังค์กี่บาท

แบบนี้ต้องฝึกเล่นเกมเดาใจบ่อยๆครับ
หากมั่นใจว่า สินค้าของเราดีจริง เป็นประโยชน์กับลูกค้า ก็ลองดูสักตั้ง
แต่หากยังไม่มั่นใจ ก็ซ้อมเดาไปก่อนก็ได้ครับ เช่น เวลามีสินค้าออกใหม่ ก็ลองเดาเล่นๆว่า จะ ‘รอด รุ่ง หรือร่วง’
[ad#ad-1]

2 thoughts on “ทำธุรกิจอะไรดี? (อีกแล้วครับท่าน)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s