ประเภทของร้านค้าปลีก

ประเภทของร้านค้าปลีก หรือที่เรียกว่า Store format หรือ Store type ของเมืองไทย ก็คล้ายๆกับของต่างประเทศ  ซึ่งพอจะแบ่งได้ประมาณนี้

2.gif

รูปแบบแรกคือ Supercenter หรือ Hypermarket เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ มีพื้นที่มากกว่าหมื่นตารางเมตร ในบางประเทศมีพื้นที่เป็นแสนตารางเมตร มีสินค้าหลายหมื่น SKU(รายการ) ลักษณะจะเป็นอาคารขนาดใหญ่ แบบชั้นเดียว ผู้บริโภคจะใช้รถเข็น เข็นไปยังแผนกสินค้าต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้า non-food และ package food เน้นการซื้อทีละจำนวนมาก ราคาจึงค่อนข้างต่ำ บางประเทศจึงเรียกร้านแบบนี้ว่า Discount Store เพราะขายราคาถูก และมักจัด campaign ลดราคา

ถัดมาคือ Shopping Mall เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นอาคารหลายชั้น แบ่งประเภทตามชั้น มักมีร้านค้าขนาดเล็ก มาเช่าพื้นที่เปิดร้าน สินค้าส่วนใหญ่เป็นแนวแฟชั่น เครื่องประดับ เป็นสินค้าทีมักมีราคาสูง

แบบที่สาม เป็นรูปแบบ Modern trade ที่คนไทยรู้จักดี เพราะเป็น Store format แรกๆ นั่นก็คือ Department Store หรือห้างสรรพสินค้า ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใน Shopping mall เน้นสินค้ามียี่ห้อ

ขนาดเล็กลงมาหน่อย เป็น Supermarket จะเน้นสินค้าจำพวกอาหาร และของใช้ในบ้าน ในชีวิตประจำวัน อาจตั้งใน Shopping Mall หรือตั้งเดี่ยวๆก็มี พื้นที่ราวๆ 1,000-3,000 ตารางเมตร

อีกรูปแบบที่เพิ่งเกิดในไทยได้ไม่นาน คือ Specialty Store เป็นร้านค้าเฉพาะอย่าง มีหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร และของใช้เฉพาะอย่าง ในไทยร้านประเภทนี้ ได้แก่ ของแต่งบ้าน, อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์กีฬา, หนังสือ เครืองเขียน ถ้าเป็นร้านอาหารก็เช่น พิซซ่า ไก่ทอด หรือที่เรียกว่า QSR (Quick Service Restaurant) 

Convenience Store ร้านขนาดเล็กตั้งอยู่ตามตึกแถวทั่วไป และในปั้มน้ำมัน ขนาดร้านตั้งแต่ 80-300 ตารางเมตร มีสินค้า 1,000-3,000 รายการ เน้นไปที่อาหารพร้อมทานและเครื่องดื่ม รวมทั้งของใช้ประจำวันเช่น หนังสือพิมพ์ ซีดีเพลง ชา กาแฟ น้ำตาล  

ข้างต้น เป็นรูปแบบที่มีมานานพอสมควร ลูกค้าส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมี New format หรือร้านรูปแบบใหม่ๆ ที่ผู้ค้าปลีกเอง ต่างพยายามคิดค้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า  ลักษณะของร้านจะมีความก่ำกึงกับรูปแบบร้านมาตรฐาน ทั้ง 6 แบบข้างต้น เช่น ทำ Shopping mall ขนาดเล็กในชุมชน อาจจะเรียกว่า Community mall หรือ  Neighborhood mall   

หรือ การนำ ซูปเปอร์มาร์เก็ต มาย่อส่วน อาจเรียกว่า super-convenience store หรือ mini-supermarket

ในญี่ปุ่นมีร้านขนาดเล็กเท่าร้านสะดวกซื้อ และขายสินค้าราคาเดียวทั้งร้าน เช่น ร้าน 99 เยน หรือร้านสะดวกซื้อสำหรับผู้หญิง ที่ขายเฉพาะของใช้ของคุณผู้หญิง และห้ามคุณผู้ชายเข้าร้านนี้

เหล่านี้ เป็นการคิดใหม่ และลองทำดู เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ   (แล้วผมจะเอามาเล่าให้ละเอียดอีกที)

 

Advertisements

หนึ่งความคิดบน “ประเภทของร้านค้าปลีก”

ปิดการแสดงความเห็น