Specialty Store

วันนี้ขอเล่าความหมายของค้าปลีกอีกประเภทหนึ่ง นั่นก็คือ Specialty Store หรือ สเปเชียลตี สโตร์

Special Store เป็นร้านค้าปลีกที่ขายของเฉพาะอย่างในสายผลิตภัณฑ์เดียวกัน ซึ่งภายใน Specialty Store ยังสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท โดยแบ่งตามขนาดของร้าน ตามประเภทสินค้าที่ขาย ตามกลยุทธ์ในการขาย อาทิเช่น อาจเป็นร้านที่ขายของเฉพาะอย่างในสายผลิตภัณฑ์เดียวกัน และเป็นสายผลิตภัณฑ์แต่ก็ค่อนข้างจำกัด แต่มีความหลากหลายในชนิดสินค้าของสายผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น มีทุกชนิด ทุกขนาด ทุกสี ทุกแบบ เช่น ร้านขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา หรือบางร้านขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ของตน เช่น Marks & Spencer ในขณะที่ Boots และ Watson ขายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม เป็นต้น Specialty Storeแบบนี้ ไม่เน้นเรื่องราคา แต่จะเน้นที่ความหลากหลายและมีพื้นที่ขายระหว่าง 200 – 1,000 ตารางเมตร
หากเป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 2,000 – 10,000 ตารางเมตร และขายสินค้าทุกชนิดครบครันในสินค้าหมวดใดหมวดหนึ่ง และใช้กลยุทธ์ราคาต่ำ  จะเรียก Specialty Store แบบนี้ว่า Category Killer ตัวอย่าง Specialty Store แบบ Category Killer เช่น ออฟฟิศดีพ็อท (Office Depot) ออฟฟิศแมกซ์ (Office Max) โฮมโปร (Home Pro) ซูเปอร์สปอร์ต (Supersport)  พาวเวอร์บาย (Powerbuy)
Specialty Storeบางแบบเน้นสินค้าสำหรับลูกค้าระดับบน  ซึ่งจำเป็นต้องมีการบริการที่สะดวกเป็น กันเอง  และบุคลากรต้องมีความรู้ในผลิตภัณฑ์สูง  เน้นการขายสินค้าที่ห้างใหญ่ๆ ไม่มีหรือไม่สันทัด  นั่นก็คือ  บุคลากรจะต้องเป็นหัวใจของร้านค้า เราเรียกร้าน Specialty Store แบบนี้ว่า Specialty Niche Store เช่น  หากท่านต้องการซื้อเครื่องเสียงพื้นๆ ที่ไม่มีฟังก์ชันมากนัก แคตทีกอรีคิลเลอร์ก็คงเป็นร้านค้าที่ตรงกับความต้องการของท่าน  แต่หากท่านต้องการเครื่องเสียงชั้นดีที่มีฟังก์ชันหลากหลายหรือเป็นแบบโฮมเธียร์เตอร์ (Home Theatre) ขนาดใหญ่  ก็ต้องไปร้านค้าประเภทสเปเชียลตี นิช สโตร์  โดยทั่วไป สเปเชียลตี นิช สโตร์ เน้นขายเฉพาะผลิตภัณฑ์เดียวที่เรียกว่า Single Line Specialty Store

 

Advertisements

One thought on “Specialty Store”

ปิดการแสดงความเห็น