เมื่อผู้ชายโกนหนวดน้อยลง

กลายเป็นปัญหาใหญ่ของ P&G เสียแล้วครับ เมื่อธุรกิจมีดโกนหนวดต้องเผชิญกับการชะลอตัว ทั้งที่เมื่อสามปีก่อน P&G คิดการใหญ่ ด้วยการทุ่มเงินกว่า 57,000,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ผมใส่เลขศูนย์ไม่ผิดครับ อ่านว่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์) เพื่อซื้อกิจการยิลเลตต์

แต่ตอนนี้ธุรกิจที่ลงทุน กลับมีทีท่าว่าจะไม่คุ้มเสียแล้ว
เหมือนผมซื้อกล้วยไม้เลยครับ ตอนซื้อก็ออกดอกสวยงาม แต่พอนำมาเลี้ยงที่บ้าน ไฉนไม่มีดอกใหม่มาให้ชื่นชมเลย

กลับมาที่ยิลเลตต์กันต่อ
แคมเปญที่ฮือฮา คงหนีไม่พ้นการจ้าง David Beckham มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โกนหนวดโกนเครา
ผมไม่แน่ใจว่า แคมเปญนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายหรือเปล่า เพราะแฟนๆ Beckham เป็นสาวๆ แต่ผลิตภัณฑ์หลักของยิลเลตต์เป็นผู้ชาย
ถึงกระนั้น ผมก็ยังซื้อยิลเลตต์ใช้เป็นปกตินะ เพราะรู้สึกว่า ฝีเท้าการเตะฟุตบอลใกล้เคียง Beckham ไปเรื่อยๆแล้ว ผมไม่ได้เก่งขึ้นหรอกครับ Beckham ต่างหากที่แย่ลง (แหะๆ) ส่วนเรื่องหน้าตา ไม่ต้องพูดถึง เพราะสูสีกันอยู่แล้ว (5555 เขียนไปได้)

แต่ถึงอย่างไร ก็คงไม่ใช่ความผิดของ Beckham ที่ทำให้ยอดขายยิลเลตต์ลดลง
สาเหตุหลัก เพราะผู้ชายโกนหนวดกันน้อยลง จากที่โกนทุกวัน เหลือเพียง 3-4 วันต่ออาทิตย์

ที่โกนลดลง มันมีที่มาครับ!
หลักๆคือ ผู้คนเริ่มทำงานที่บ้านกันมากขึ้น แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องโกนหนวดบ่อย
ยังไม่พอครับ แฟชั่นผู้ชายยุคนี้ก็มีส่วน เพราะผู้ชายแมนๆนิยมลุคเซอร์ๆ มีหนวดเคราหรอมแหรม มาแรงกว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลา
ทำให้ P&G ต้องหาแคมเปญมากระตุ้นตลาด คล้ายๆน้องพลับขอสอง ที่โอวัลตินทำเมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่ P&G ใช้วิธีขู่แทนการเชิญชวน

แคมเปญทางอินเตอร์เน็ตเมื่อไม่นานมานี้ในชื่อ NoScruf เป็นเรื่องของกลุ่มหญิงสาวที่พยายามกดดันให้หนุ่มๆ ของพวกเธอโกนหนวดโกนเครา
ไม่เช่นนั้นพวกเธอจะไม่โกนขนรักแร้เช่นกัน!!!

ไม่รู้วิธีนี้จะทำให้ผู้ชายโกนหนวดถี่ขึ้นหรือไม่?

ภาพจาก justjared.com