กินรวบหรือกินยาว

“เฮ้ย! ส่งใบแจ้งหนี้มาผิดหรือเปล่า?”
ผมพูดลอยๆกับตัวเอง หลังได้รับจดหมายเตือน จากธนาคารแห่งหนึ่ง ระบุจำนวนเงินและวันที่ต้องชำระ

…จำได้ว่า ไม่ได้ใช้บัตรเครดิตใบนี้นานแล้ว
…จำได้ว่า ตอนสมัครก็ถูกคะยั้นคะยอ
…จำได้ว่า ปีที่แล้วก็เคยโทรไปยกเลิก แต่สุดท้ายก็เชื่อคำแนะนำเจ้าหน้าที่ธนาคาร

ครับ! ตัวเลขที่แสดงในใบแจ้งหนี้ คือค่าธรรมเนียมรายปี หาใช่เงินที่ผมได้ใช้จริง
เป็นค่าธรรมเนียม ที่เรียกเก็บจากพวกถือบัตรแล้วไม่ยอมใช้งาน
แต่เอาเข้าจริง เงินก้อนนี้ ก็สามารถประนอมหนี้ได้ ด้วยการโทรไปแจ้งที่ Call Center

แค่โทรไปบอก ก็เคลียร์หนี้ให้ทันที ไม่ได้ลำบากอะไร
ปีที่แล้วผมก็ทำแบบนี้
และปีนี้ ผมก็ต้องทำอีก แต่ต่างกันที่ “ขอทำเป็นปีสุดท้าย”

การพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยดี “ทางเรายกเว้นค่าธรรมเนียมให้เรียบร้อบแล้วนะคะ”
ก่อนจะคะยั้นคะยอให้ถือบัตรต่อ
ผมก็พยายามอธิบายว่า ไม่ได้ใช้บัตรใบนี้จริงๆ เพราะมีบัตรใบอื่นที่ใช้งานประจำอยู่แล้ว
หากถือใบนี้ ปีหน้าก็จะมีใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมอีก ซึ่งผมก็ต้องโทรมาขอแบบนี้อีก

น่าแปลกใจนะครับ
ว่าธนาคาร จะมีค่าธรรมเนียมไว้ทำไม
…ในเมื่อ ลูกค้าโทรมาแจ้ง ก็ยกเว้นให้ได้
…ในเมื่อ คู่แข่งก็มี ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ

การ ‘ยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อลูกค้าโทรมา’ จึงมีค่าเท่ากับ ‘ฟรีค่าธรรมเนียม เพียงโทรมาบอก’
เป็นสิทธิพิเศษ แบบมีภาระพิเศษ

มองในมุมลูกค้า
การส่งใบแจ้งหนี้มาแบบนี้ ไม่มีใครแฮ้ปปี้หรอก และทำให้รู้สึกว่าเป็นคนละพวก
การตลาดในยุคนี้ เราต้องทำตัวเป็น ‘พวกเดียวกัน’

“เป็นพวกเดียวกัน จะทำได้อย่างไร?”
ผมมีตัวอย่างมาเสนอครับ
แทนที่จะส่งใบแจ้งหนี้ ก็ส่งเป็นจดหมายขอบคุณมาให้แทน
…ในนั้นก็ระบุว่า ธนาคารขอขอบคุณที่ลูกค้าให้เกียรติถือบัตร ตลอดเวลา 1 ปี แม้จะยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน
…ในนั้น อาจมีคูปองส่วนลด ในการซื้อสินค้าบางรายการ
…ในนั้น อาจมีรายชื่อร้านค้า ที่ให้ราคาพิเศษเมื่อนำบัตรเครดิตใบนี้ไปรูด
…ในนั้น ให้กรอกข้อมูลอัพเดทรายได้ เพื่อขยายวงเงิน
และมีอีกหลายวิธี ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ ด้วยการให้สิทธิพิเศษไปเรื่อยๆ

ผมเข้าใจว่า ธุรกิจบัตรเครดิตจะอยู่รอดได้ ก็ต่อเมื่อลูกค้าใช้บัตร
แต่การบังคับให้ใช้บัตร ถ้าไม่ใช้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม หรือถ้าไม่จ่ายก็ต้องโทรมาต่อรอง เป็นการคิดที่หวัง ‘กินรวบ’
ตรงกันข้ามถ้าเสนอทางเลือกดีๆ เป็นประโยชน์กับลูกค้าจริงๆ ลูกค้าก็จะใช้บัตรใบนั้นเอง และธุรกิจจะเติบโตยั่งยืน หรือที่เรียกแบบชาวบ้านว่า ‘กินยาว’

เห็นทางเลือกแบบนี้แล้ว ยังอยากกินรวบอยู่อีกไหมครับ?

Advertisements

หนึ่งความคิดบน “กินรวบหรือกินยาว”

  1. ชอบมากๆครับ ขอเก็บไปอ่านเเละส่งต่อนะครับ ผมคิดว่ามีคนอีกเยอะต้องใช้บัตรเครดิต และความรู้บัตรเครดิตก็จำเป็นมากๆครับ ขอบคุณครับ

  2. ได้ครับ!
    บัตรเครดิต ก็เหมือนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    ถ้าใช้ในปริมาณพอดี จะเป็นประโยชน์
    ถ้าใช้มากเกินไปจะกลายเป็นโทษ

  3. จริงอย่างที่ว่า :(ผมเข้าใจว่า ธุรกิจบัตรเครดิตจะอยู่รอดได้ ก็ต่อเมื่อลูกค้าใช้บัตร
    แต่การบังคับให้ใช้บัตร ถ้าไม่ใช้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม หรือถ้าไม่จ่ายก็ต้องโทรมาต่อรอง เป็นการคิดที่หวัง ‘กินรวบ’
    ตรงกันข้ามถ้าเสนอทางเลือกดีๆ เป็นประโยชน์กับลูกค้าจริงๆ ลูกค้าก็จะใช้บัตรใบนั้นเอง และธุรกิจจะเติบโตยั่งยืน หรือที่เรียกแบบชาวบ้านว่า ‘กินยาว’ 🙂

    แต่เวลาผมจะใช้เงินซื้อของอะไรก็ตามผ่านออนไลน์ ถ้าจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตจริง ๆ ผมจะใช้บัตร ATM ธรรมดาของผมนี้ล่ะซื้อโดยผูกบัตรกะ paypal เอา เพราะกลัวอดใจไม่ไหว

  4. เห็นด้วยครับ …. มีกระทู้ที่บ่นค่าธรรมเนียมบัตรบ่อยมากผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะใช้ไม่ถึงยอดที่เขากำหนดก็ต้องมีค่าธรรมรายปี แต่ปัจจุบันก็ยังต้องไปขู่ ถ้าไม่ยกค่าธรรมเนียมให้ ผมขอยกเลิกบัตรนะ ….. ลูกค้าหลายคนไม่ทราบ ก็ต้องจำใจยอมจ่าย

ปิดการแสดงความเห็น