อยู่ที่ใจ ไม่ใช่สมอง

“ทีวียี่ห้ออะไรดีที่สุด?”
โตชิบา
โซนี่
ซัมซุง
แอลจี

“ผิดทั้งหมด”

เออ! คำถามและคำเฉลยข้างต้น ไม่ใช่ของผมหรอกนะครับ แต่เป็นของคุณตัน เจ้าของสินค้ายี่ห้อใหม่ ‘อิชิตัน’
เป็นคำถามเปิดเวทีในงาน Innovation ของบริษัทซีพีออลล์ ก็เจ้าของเซเว่นฯนั่นแหละครับ
ก่อนจะมีผู้ฟังคนหนึ่ง ตอบว่า “ไม่มี” คุณตันจึงแจกของรางวัลให้

ใช่แล้วครับ โลกนี้ยังไม่มีอะไรดีที่สุด จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องคิดค้นสิ่งที่ดีกว่า นั่นแหละที่มาของนวัตกรรม

“อินโนเวชั่น เกิดจากสองปัจจัย” ตัน สรุปแบบนั้น
อย่างแรกเลย “ต้องชอบการแข่งขัน”
คนที่ไม่ชอบการแข่งขัน จะพยายามสร้างกำแพง และคิดว่าถ้าอยู่ในกำแพงแล้วปลอดภัย
คนที่ไม่ชอบการแข่งขัน จะเกลียดคู่แข่ง และเป็นทุกข์เมื่อมีคู่แข่งมาเปิดร้านข้างๆ หรือเปิดตัวสินค้าใหม่

วิธีของตัน คือ ต้องรักคู่แข่ง
รักเช้า รักเย็น เฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงทุกฝีเก้า เอาให้รู้ถึงใส้ถึงพุง
รู้จุดอ่อน รู้จุดแข็ง รู้การเปลี่ยนแปลงทุกฝีก้าว
เมื่อ ‘รู้เขา’ แบบละเอียดยิบ เราก็มีโอกาสเอาชนะได้

อย่างที่สอง “ต้องเชื่อว่าทำได้”
ข้อนี้น่าสนใจมากครับ
เพราะคนไทยส่วนใหญ่ เวลาจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น มักคิดว่า
…เป็นไปไม่ได้หรอก
…มันไม่เวิร์กหรอก
…ถ้าดีจริง คนอื่นทำไปนานแล้ว ฯลฯ

ไม่ใช่แค่ค้านคนอื่นนะครับ
บ่อยครั้งก็ค้านความคิดของตัวเอง เป็นสองคนในร่างเดียวเสียอย่างนั้น

ปัญหาใหญ่ของการสร้างนวัตกรรม ไม่ได้อยู่ที่ความรู้ แต่เป็น ทัศนคติ
ทัศนคติกล้าเปลี่ยนแปลง และเข้าใจการเปลี่ยนแปลง

ตันเล่าว่าเมื่อหลายปีก่อน เขาคือผู้ทำให้ ‘ขวดชาเขียว’ ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ชาเขียวยุคเริ่มต้น ขวดจะเหมือนกัน ฝาสีเดียวกัน ต่างกันที่ฉลากข้างขวด
ถ้าจะเลือกรสชาติที่ต่างกัน ต้องสังเกตที่สัญลักษณ์บนฉลากเอาเอง

จุดสังเกตุมีนิดเดียว จึงหยิบผิดได้ง่าย
นึกดูสิครับ ถ้าให้แม่บ้าน หรือคนขับรถไปซื้อ จะหยิบถูกไหม?

โออิชิในยุคของตัน จึงเปลี่ยนสีฝา ตามรสชาติ แทนที่จะใช้สีเดียวกันหมด
คราวนี้จะฝากใครซื้อ ก็ระบุไปเลยว่าเอาชาเขียวฝาสีใด

แต่การเปลี่ยนแปลงก็ต้องระวังนะครับ
เหตุการณ์ในครั้งนั้น ผู้ผลิตชาเขียวรายหนึ่ง ได้เปลี่ยนสีฝาเช่นกัน
แต่การปรับเปลี่ยนของเขา ทำให้ลูกค้า หาสินค้าแบรนด์นั้นไม่เจอ
บทเรียนนี้สอนว่า อย่าเปลี่ยนจุดที่คนอื่นจำเราได้

เอ๊ะ! แล้วทำไมชาเขียวเวอร์ชั่นใหม่ของคุณตัน จึงทำขวดแตกต่างจาก โออิชิ
คำตอบที่ได้คือ อันที่จริงก็เปลี่ยนทั้งคู่นะ แต่เปลี่ยนสวนทางกัน
โออิชิ ทำขวดให้อ้วนขึ้น แต่เตี้ยลง
ส่วนอิชิตัน ทำขวดให้เพรียวลง สูงขึ้น

เพราะขวดขนาดเดิม คนมักดื่มไม่หมดในครั้งเดียว ต้องปิดฝาและถือขวดเดินต่อ ซึ่งไม่สะดวก น่าจะมีขนาดที่พอดีดื่มในครั้งเดียว
นี่เป็นที่มาของไซด์ใหม่ ในปริมาณลดลง
ส่วนขวดเพรียว มีเว้าตรงกลาง หลายคนคงคิดเหมือนผมว่าเพื่อให้จับได้สะดวกกระชับมือขึ้น
แต่มีอีกเหตุผลครับ
ตันบอกว่า ชาเขียวที่แช่ในร้านค้า มักเย็นไม่ทันขาย
คือยี่ห้อที่ขายไม่ดี ถูกแช่ไว้นาน ก็จะเย็น
แต่สินค้าขายดี เอาเข้าตู้เย็นได้แป๊บเดียว ลูกค้าก็หยิบไปแล้ว
การทำให้สินค้าเย็นได้เร็ว จึงเป็นโจทย์ใหม่ ที่ต้องขบคิดต่อ
จึงเป็นที่มาของขวดเว้าโค้ง “น่าจะช่วยให้ลมเย็นพัดโดนมากขึ้น” เผื่อจะทำให้ชาอิชิตัน เย็นเร็วขึ้น

เอ้อ! ช่างคิดจริงๆ

3 ความเห็นบน “อยู่ที่ใจ ไม่ใช่สมอง”

  1. ผมว่า คุณตัน เป็นนักธุรกิจ ที่เป็นไอดอล ของคนหลายๆคน ธุรกิจเล็กๆที่สามารถผลักดันให้ยิ่งใหญ่ได้ ผมก็เป็นคนนึงที่กำลังจะเลียนแบบ ย้ำเลียนแบบ เพราะผมไม่มีปัญญาจะคิดเองไง เลียนแบบแล้วได้ดีก็เอา 55+

ปิดการแสดงความเห็น