brazil

SMEs สไตล์บราซิล

เด็กชาติไหนเตะฟุตบอลได้เก่งที่สุด?
‘เยอรมัน อิตาลี สเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ อาร์เจนติน่า บราซิล อุรุกวัย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น’
ในบรรดาช้อยส์ข้างต้น ผมเลือกบราซิลครับ
หรือไม่ก็เป็นเด็กๆในโซนอเมริกาใต้ แต่ที่เห็นผลงานของเด็กจากยุโรปเล่นฟุตบอลได้ดี เพราะมีโรงเรียนและระบบเทรนนิ่งเป็นเรื่องเป็นราว หากปล่อยให้เด็กๆวิ่งโทงเทง เตะฟุตบอลเอง เก่งตามธรรมชาติ ผมว่ายากที่จะหาชาติใดแข่งกับบราซิลได้
คนบราซิล มี DNA การเล่นฟุตบอล ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ฟุตบอลโลกแต่ละครั้งในบรรดานักเตะดังจะต้องมีคนบราซิลอยู่ในโปสเตอร์โฆษณาแน่นอน เอ่ยชื่อ กาก้า โรนัลดิญโญ่ โรนัลโด้ ริวัลโด้ คาร์ลอส เบเบโต้ โรมาริโอ้ ต้องคุ้นหูไม่มากก็น้อย
และการแข่งขันแต่ละครั้ง ทีมชาติบราซิลก็ติดอยู่ในกลุ่มทีมเต็งเสมอๆ
ไม่ว่าจะเต็งหนึ่ง เต็งสอง หรือเต็งสาม ไม่เกินนี้ครับ
ระดับความเต็งขึ้นอยู่กับความพร้อมของทีมในปีนั้นๆ และประเทศคู่แข่งว่าชาติใดมีดาวรุ่งโดดเด่นขึ้นมา

คนบราซิล ถ่ายทอด ‘ลีลาการเตะลูกหนัง’ จากรุ่นสู่รุ่น
ก็เหมือนกับ เอสเอ็มอีไทย ที่ถ่ายทอด ‘ความเป็นเถ้าแก่’ จากรุ่นสู่รุ่นเช่นกัน เป็นการส่งต่อโดยธรรมชาติ

“อ้าว! แล้วทำไมกิจการบางแห่งที่รุ่งเรืองสมัยพ่อ พอมารุ่นลูกถึงได้ร่อแร่”
ก่อนตอบคำถามนี้ ผมชวนไปดูทีมบราซิลกันต่อ
การผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก (ซึ่งจัดการแข่งขันทุกๆ 4ปี) ของบราซิล มีทั้งฟอร์มดี เป็นแชมป์ทวีป และฟอร์มร่อแร่ แค่เข้ารอบไปตามโควต้าของทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ เพราะบางนัดนักเตะอาชีพที่ค้าแข้งในยุโรปไม่สามารถกลับมาช่วยบ้านเกิดได้ หรือบางทีนักเตะเก่งๆก็บาดเจ็บหลายคน
อันดับในรอบคัดเลือก จึงไม่ใช่ตัวตัดสินความเป็นบราซิลได้ชัดเจนนัก
แต่เป็นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายต่างหาก
อย่าลืมนะครับ ว่าบราซิลเป็นชาติเดียวที่ผ่านเข้าไปเตะรอบสุดท้ายทุกครั้ง และเป็นแชมป์มากที่สุด

แต่ผลงานบราซิล ในช่วง 20 ปีมานี้ แผ่วลงอย่างน่าใจหาย
“อะไรกัน เข้าชิงตั้ง 3 ครั้ง ได้มา 2 แชมป์ แผ่วตรงไหน?”
ฟุตบอลโลก 5 ครั้งที่ผ่านมา บราซิลได้เข้าชิง 3 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 2 ครั้ง เป็นผลงานที่หรู แต่ถ้าดูให้ดี จะพบความผิดปกติเล็กๆซ่อนอยู่
ใน 3 นัดนี้ ยิงได้ 2 ประตู แต่เสีย 3 ประตู โดยเสมออิตาลี 0-0 ก่อนจะยิงจุดโทษชนะ แพ้ฝรั่งเศส 0-3 และ ชนะเยอรมัน 2-0
‘ได้น้อยกว่าเสีย’ หากคิดแบบนักบัญชี บราซิลยังติดหนี้อยู่เลย

‘ติดหนี้’ ไม่พอ ผลงานสองครั้งหลังสุด สะดุดตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศ
ปี 2006 บราซิลได้อันดับ 5 และครั้งล่าสุดที่สเปนเป็นแชมป์โลก บราซิลทำได้แค่ที่ 6 เท่านั้น
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
เป็นเพราะบราซิล ฝีเท้าด้อยลงหรือเปล่า
เปล่าครับ! บราซิลยังเก่งเท่าเดิม เพียงแต่ชาติอื่นพัฒนาฝีเท้าได้ดีขึ้น ชาติอื่นมีการวางแผน มีการเทรนนิ่งตั้งแต่เด็กๆ อย่างเป็นระบบ
บราซิลยังเล่นแบบเดิม ใช้ความสามารถเฉพาะตัว และเปิดเกมบุกเป็นหลัก ในขณะที่ทีมอื่นเล่นแบบเน้นผลการแข่งขัน วางแผนอย่างรัดกุม ใช้สถิติวิเคราะห์ความสามารถนักเตะ และใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยปิดจุดอ่อน สู้กับบราซิลที่ยังเป็นศิลปินบนสนามหญ้า

เอสเอ็มอีไทยก็เช่นกัน
รุ่นลูก รุ่นหลานไม่ได้เก่งน้อยลงหรอกครับ
แต่ ‘สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป’
ลูกค้าเปลี่ยนไป คู่ค้าเปลี่ยนไป และคู่แข่งก็เปลี่ยนไป
…จาก ‘วิธีจำ’ ที่ใช้ทำ CRM แบบร้านโชห่วย ก็เจอ ‘บัตรสมาชิก’ พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ และถังข้อมูลบันทึกพฤติกรรมการซื้อ
…จากต้นทุนการผลิตที่คำนวณง่าย ‘ราคาคงที่’ มาเจอการซื้อขายที่ ‘ราคาเปลี่ยนทุกชั่วโมง’
…จากที่ ‘ซื้อง่ายขายคล่อง เพราะของมีน้อย’ มาเจอ ‘สินค้าเต็มตลาด และลูกค้าก็รู้เยอะ’
…จากคู่แข่งไม่กี่ราย เดี๋ยวนี้มีผู้ประกอบการรายใหม่ เข้ามาเพียบ เป็น New Entry ที่แม้ไม่ได้ DNA ความเป็นเถ้าแก่จากรุ่นพ่อ แต่วิชาค้าขายสมัยนี้ ใครๆก็เรียนกันได้
ดังนั้น ความรู้เรื่องค้าขายที่ได้รับถ่ายทอดจากอาป๊า อาม๊า คงไม่เพียงพอเสียแล้ว

“แล้วจะให้ทำอย่างไรหละ?’
ขั้นแรก ต้อง ‘เลือกและรักษาจุดแข็ง’ เอาไว้ก่อนครับ
เหมือนทีมชาติบราซิล มีดีที่ความสามารถเฉพาะตัว ต้องรักษาเอาไว้ ไม่ใช่เปลี่ยนใจ หันไปเล่นแบบโยนยาว
หลายกิจการมีจุดแข็งที่ตัวสินค้า เช่น ทำมาจากธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่มีไซด์เอฟเฟค ดีไซน์สวย เป็นต้น เหล่านี้ก็ควรรักษาเอาไว้

ขั้นต่อมา ต้อง ‘ปิดจุดอ่อน’
ทีมชาติบราซิล ขาดการผสมผสานนักเตะที่เก่งเกมรุก ให้เปิดเกมบุกหลากหลายกว่าเดิม และเพิ่มความเข้มข้นในแนวรับ
บางกิจการอาจอ่อนวิธีขาย ส่งสินค้าไม่ทัน คาดการณ์การผลิตผิดพลาด จัดการกับอารมณ์ลูกค้าได้ไม่ดี ขาดวิธีเพิ่มสีสันให้สินค้า ภาพลักษณ์โบราณ ฯลฯ เหล่านี้ต้องรีบปิดจุดอ่อนครับ
…ปิดจุดอ่อน ด้วยการส่งลูกหลานไปเรียนวิชานั้นๆ
…ปิดจุดอ่อน ด้วยการจ้างมืออาชีพมาร่วมงาน
…ปิดจุดอ่อน ด้วยการทำงานอย่างมีระบบ
หากปิดจุดอ่อนได้หมด ปิดได้เร็ว ก็มีโอกาสอยู่ในสนามแข่งขันได้อีกนาน

แต่กระนั้นก็อย่าเพิ่งดีใจนะครับ เพราะเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน บางสิ่งที่เป็นจุดแข็ง อาจกลายเป็นตัวปัญหาของเราได้ ในขณะที่ของบางอย่างที่ดูเหมือนไร้ค่าแต่อาจกลายเป็นที่โหยหา
เหมือนอย่าง บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เป็น ‘ของทันสมัย’ เมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนี้กลายเป็น ‘สิ่งของไม่ควรใช้’ เพราะทำลายสิ่งแวดล้อม
ตรงกันข้ามกับ ‘ขนมห่อใบตอง สิ่งของโบราณ’ ที่ดูล้าสมัย กลายเป็นของมีคุณค่าในสังคมไฮเทคโนโลยี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s