วิจัยแบบ Club Friday

เคยฟังรายการ Club Friday ไหมครับ?
ใครไม่เคยฟัง ต้องบอกว่าเฉยเชย
ใครไม่เคยรู้จัก ต้องบอกว่าเฉยเชยมาก
เพราะแม้จะไม่ใช่คนชอบฟังวิทยุ ก็น่าจะรู้จักรายการนี้จากหนังเรื่อง กวน มึน โฮ ที่โผล่ทั้งตอนกลางเรื่องและฉากท้ายสุด ที่พระเอกโทรศัพท์เข้าไปยังรายการ

Club Friday เป็นรายการ Talk ที่มีเอกลักษณ์เด่นมาก
มี 2 สาวพิธีกร ชื่อ พี่อ้อย กับ พี่ฉอด คอยถาม ตอบ ชี้แนะ ให้กำลังใจ
เป็นเหมือน นักจิตวิทยาด้านความรัก

ในมุมคนฟัง รายการนี้ไม่ใช่แค่การบันเทิง แต่ยังได้แง่คิด และมุมมองเรื่องความรัก เพิ่มมากขึ้น
ในมุมธุรกิจ รายการนี้ไม่เพียงเรียกคนฟังให้ติดคลื่นกรีนเวฟ แต่ยังนำไปต่อยอดเป็นสินค้าตัวอื่นได้อีกด้วย
…เริ่มจาก ถอดบทสัมภาษณ์มาทำเป็น หนังสือ
…จัดคอนเสิร์ต
…หนังสือพร้อมซีดีเพลง โดยคัดเลือกเพลงที่มีเนื้อหาตรงกับเรื่องราวที่รวบรวม
พอทำไปทำมา มีเนื้อหาหลายตอน ที่ยังไม่มีเพลงไหน ตรงกับเรื่องราวของทางบ้าน
อย่ากระนั้นเลย เอาเรื่องเล่าของทางบ้านนี้แหละมาแต่งเป็นเพลง

แนวคิดนี้เจ๋งมากครับ
…มองจากมุม ‘เทรนด์ธุรกิจ’ นี่เป็น Crowdsourcing ที่กำลังมาแรง
Crowdsourcing ก็คือการให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ใหม่

…มองจากมุม ‘การวิจัยตลาด’ นี่เป็นการทำ Focus group ที่สุดยอด เพราะรวบรวมเอากลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันหรือมีประสบการณ์ มาแบ่งปันเรื่องราว
ลองดูชื่อตอนในแต่ละสัปดาห์สิครับ
“ยอมแล้ว ยอมอีก”
“ข้ามฟ้า มาร้องให้”
“สุขภาพใจไม่แข็งแรง”
“คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด”
คนเคยมีความรัก ต้องมีสักตอนที่โดนอย่างจัง
…บางตอน ได้อมยิ้ม
…บางตอน เรียกน้ำตา ตลอดรายการ
…บางตอน เศร้าแห้ง ฟังแล้วอึ้ง อ้าปากค้าง
จึงไม่แปลกใจที่แฟนรายการนี้เยอะเหลือเกิน

ตลอด 2 ชั่วโมงที่เปิดสายให้คนฟังที่มีประสบการณ์ตรงกับชื่อตอน โทรศัพท์มาเล่าเรื่องราวของตนเอง
จึงมีเรื่องราวของความสุข ความเศร้า ที่คาดไม่ถึง อยู่เพียบ!!!!
เป็นวัตถุดิบชั้นดี สำหรับการแต่งเพลง

อย่างเช่น เรื่องราวของหญิงสาวคนนี้ ที่มีรักแรกและรักเดียว


เศร้า อึ้ง สงสาร ฯลฯ MV เพลงนี้กระตุ้นหลายอารมณ์นะครับ

นี่เป็นนวัตกรรมกลับหัว จาก ‘คนฟังเพลง’ กลายเป็น ‘เพลงจากคนฟัง’
นวัตกรรมแบบนี้ จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวงการเพลงเท่านั้น เพราะโลกการสื่อสารที่เปลี่ยนไป ทำให้เห็น ‘ความคิด’ ของผู้บริโภคได้กว้างขึ้น ชัดเจนขึ้น
นี่จึงเป็นโอกาสของคนที่ตีโจทย์แตก