ธุรกิจคิดจาก ‘สุข’

ผมเชื่อว่าหลายคน คงคุ้นกับคำว่า จีดีพี (GDP) แม้จะไม่ได้เรียนเศรษฐศาสตร์มาก็ตาม เพราะคำนี้ มีอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยมาก
จีดีพี ที่ย่อมาจากคำว่า Gross Domestic Product แปลความเป็นไทยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ครับ

คำภาษาอังกฤษ ฟังแล้วงงๆ พอแปลเป็นภาษาไทย ยิ่งงงกว่าเดิม
มวลรวม แปลว่าอะไร ต่างจาก มวลสารมั๊ย แล้วคล้าย มวลน้ำหรือเปล่า?
แล้วทำไมต้อง รวมในประเทศ จะไปรวมนอกประเทศได้มั๊ย?
คำถามกวนๆแบบนี้ ไว้มีโอกาสผมจะมาตอบแบบกวนๆให้

แม้เข้าใจไม่กระจ่าง แต่ก็ใช้พูด ใช้อ้างอิงกัน
เจ้าจีดีพี เป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งครับ
วัดว่า ประเทศนั้นมีผลผลิตอย่างไร เพิ่มขึ้นหรือลดลง
ถ้าจีดีพีเพิ่มขึ้น ก็หมายความว่า ประเทศนั้นผลิตได้เยอะขึ้น พูดแบบวิชาการหน่อยก็คือ เศรษฐกิจเติบโต
ทุกประเทศจึงพยายามหาวิธีทำให้เศรษฐกิจโต เพราะการที่คนในประเทศผลิตได้เพิ่มขึ้น ในด้านหนึ่งแปลว่า ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น

จีดีพี นี้คิดค้นโดย Simon Kuznets เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1934 เลยทีเดียว ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเชียวครับ
เราใช้ดัชนีนี้มานานมาก และก็ใช้มันเป็นตัวบ่งบอก “ความสำเร็จของประเทศ”

จีดีพีเยอะ จีดีพีเติบโต นั่นคือเป้า ที่ยึดถือกัน
แต่ว่า การทำอย่างนั้น ก็มี side effect

เพราะเศรษฐกิจโต แต่
…ธรรมชาติสวยๆหายไป
…อัธยาศรัยดีๆมีน้อยลง
…ควันพิษเพิ่มมากขึ้น
…คนรวยมากขึ้น แต่ไม่มีความสุข
…คนไม่มีเวลาให้ครอบครัว เครียดกับการทำงาน
…คนอื่นรวย แต่ตูไม่รวย
…ฯลฯ

ถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะนึกโทษ Simon Kuznets ที่คิดอะไรมาไม่รอบคอบ
ต้องเข้าใจนิดหนึ่งครับว่า ในตอนนั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของโลก (เพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้ไม่นาน)
และเขาก็ออกตัวด้วยว่า จีดีพีนี้เป็นเพียงการวัดรายได้ของประเทศ ไม่สามารถใช้วัดความกินดีอยู่ดี

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครสนใจ ทำตัวชี้วัดความกินดีอยู่ดี หรอกนะครับ
กษัตริย์ราชอาณาจักรภูฏาน พูดถึงคำว่า Gross National Happiness ตั้งแต่ปี 1972
อีกเกือบ 20 ปีต่อมา นักเศรษฐศาสตร์ของสหประชาชาติ ก็พัฒนาตัวชี้วัดความกินดีอยู่ดี ที่ชื่อ HDI(Human Development Index)
ต่อมาก็มีนักเศรษฐศาสตร์อีกหลายค่าย หลายสำนัก ต่างนำเสนอวิธีวัดความสุข กันเป็นทิวแถว ลองฟังชื่อดัชนีสิครับ
…Happy Planet Index
…Satisfaction with Life Index
…Human Well-being Index
…Quality of Life Index

ไม่เพียงนักเศรษฐศาสตร์เท่านั้นที่สนใจประเด็นนี้ นักจิตวิทยา นักจิตประสาทวิทยา ก็อยากรู้เหมือนกัน
ล่าสุด Harvard Business Review ได้เจาะลึกเรื่องนี้อย่างน่าสนใจ
ความสุขคืออะไร?
ความสุขวัดได้ด้วยหรือ?
ความสุขเกี่ยวข้องอะไรกับการทำงาน?

คำถามเหล่านี้ ยังท้าทายนักคิดอีกมาก
แต่ผลวิจัยเบื้องต้นเท่าที่มีการศึกษา ปรากฎว่า บริษัทที่พนักงานทำงานอย่างมีความสุข จะมีผลประกอบการดีกว่า พนักงานอมทุกข์

เออ…อันนี้ไม่ต้องวิจัย ใครๆก็แทบจะเดาได้ แต่ที่น่าสนใจคือ ต่อไปเรื่องความสุข จะถูกนำมาวางบนโต๊ะประชุมด้วย เคียงข้างกับตัวเลขกำไร ขาดทุน
ฟังแล้วน่าดีใจไหมครับ
ต้องติดตามตอนต่อไป ผมจะนำมาเล่าเป็นระยะๆ