คาเฟ่แมวเหมียว

คาเฟ่แมวเหมียว

เท่าที่จำความได้ ผมเคยได้ยินผู้ใหญ่บอกว่า “แมวมันอยากให้เจ้าของรวยๆจะได้มีที่นอนนุ่มๆ ส่วนหมามันอยากให้เจ้าของจัดงานบ่อยๆจะได้มีของอร่อยกิน” ไม่รู้เพราะเหตุผลนี้หรือเปล่า ที่ทำให้บ้านผมเลี้ยงแมวมาตลอด ผมจึงเป็นเด็กที่โตมากับแมว ชีวิตนี้ผ่านแมวมาแล้วหลายตัว
แต่พอเข้ามาเรียนที่กรุงเทพ ผมกับแมวก็ห่างกันมากขึ้น อยู่กรุงเทพไม่มีแมวเป็นของตัวเอง จะได้สัมผัสแมว ก็ต่อเมื่อไปบ้านเพื่อน หรือไม่ก็เป็นแมวหอพัก แมวร้านอาหาร ฯลฯ
มีครั้งหนึ่งที่มีแมวหลงทางมา ทำหน้าตาสงสาร ผมจึงให้อาหารไปสองสามวัน จากนั้นเจ้าแมวเหมียวก็ปักหลักรอหน้าบ้าน “เฮ้ย! จะอยู่ที่นี่เหรอ” เช้าก็ต้องออกแต่เช้า เย็นก็กลับค่ำ บางวันทานข้าวนอก ก็ไม่มีอะไรให้เจ้าเหมียวกิน อย่ากระนั้นเลย ผมยอมตัดใจไม่สร้างสัมพันธ์ต่อ เป็นการบอกเลิกแมว แบบเศร้าๆ ไม่กี่วันแมวที่เคยหน้าบ้านก็หายไป
แม้จำนวนครัวเรือนไทย จะเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านหลังคาเรือนในรอบสิบปีที่ผ่านมา แต่ว่าบ้านที่จะเลี้ยงแมวกลับลดลง ที่ไม่เลี้ยงเพราะ
…ชีวิตในแต่ละวันที่เร่งรีบ
…เป็นครอบครัวขนาดเล็ก ไม่มีใครอยู่บ้านดูแล
…ค่าใช้จ่ายในการดูแลแมว แพงใช่เล่น
…ที่พักอาศัยไม่เอื้ออำนวย มีกฎกติกาห้ามเลี้ยงสัตว์
วิถีชีวิตของคนเมือง ทำให้แมวกับคน ห่างกันมากขึ้น
แต่ถ้าถามว่า อยากเล่นกับแมวไหม? คำตอบส่วนใหญ่คือ ‘อยาก’ โดยเฉพาะเด็กๆและคุณผู้หญิง เป็นการอยากเล่น แต่ไม่อยากรับผิดชอบทั้งวัน
อาการแบบนี้เป็นการทั่วโลกครับ แล้วเขาแก้ปัญหากันอย่างไรหละ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะได้รับความนิยมอย่างมาก จนแพร่ไปในอีกหลายประเทศ นั่นคือ คาเฟ่แมว ของญี่ปุ่น ไอเดียนี้เริ่มต้นที่ไต้หวันแต่ไปบูมที่ญี่ปุ่นครับ

คาเฟ่แมวคืออะไร? ขายแมวหรือเปล่า?
คาเฟ่แมว ไม่ได้ขายแมวครับ แต่ให้แมวขายบริการเป็นชั่วโมง
เนื่องจากในญี่ปุ่นมีข้อจำกัดเรื่องสัตว์เลี้ยงเยอะมาก จึงเกิดบริการแบบนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้คนรักแมวได้อยู่กับแมว โดยคาเฟ่นี้คิดค่าบริการตามเวลา ซึ่งแต่ละร้านจะมีอัตราแตกต่างกัน
Calico ซึ่งเป็นคาเฟ่ดังรายหนึ่ง คิด 900 เยนสำหรับหนึ่งชั่วโมงแรก ถัดจากนั้นคิดเพิ่ม 200 เยนทุกๆ 15 นาที ส่วนอีกคาเฟ่ที่ชื่อ Nekorobi จะคิดเป็นรายชั่วโมงเท่านั้น ตกชั่วโมงละ 1000 เยน แต่ถ้าเป็นวันหยุดราคาจะเพิ่มเป็น 1200 เยน
ในคาเฟ่จะมีการตกแต่งชั้นวาง ที่นั่ง ที่นอน ที่ปีนป่าย ให้เหมาะกับแมว โดยมีแมวหลายสายพันธุ์จำนวน 12-24 ตัว ตามความเหมาะสมของห้อง

นอกจาก ‘แมว’ คาเฟ่แห่งนี้ได้เตรียม ‘ของเล่น’ ที่ให้ลูกค้าเอาไว้เล่นกับแมว นอกจากนี้ยังมี ‘หนังสือ’ ไว้ให้หยิบมานั่งอ่านเล่น หรือจะจ่ายตังค์สั่ง ‘เครื่องดื่ม’ ก็มีขาย โดยมีกฎกติกาง่ายๆว่า ถ่ายรูปได้แต่ห้ามใช้แฟลช ห้ามแหย่แมวหลับ และก็อย่ายั่วให้แมวโกรธ
บรรยากาศในคาเฟ่จะดูผ่อนคลาย หลายคนจึงชอบแวะหลังเลิกงาน เพราะนี่คือร้านที่ช่วยคลายเครียด …บางคนตั้งใจมาถ่ายรูปแมว เพื่อเอาไปขึ้นโชว์ในบล็อกของตัวเอง
…บางคนสั่งเครื่องดื่มอุ่นๆมาจิบ พร้อมกับเกาคางเจ้าเหมียว
…บางคนมานั่งอ่านหนังสือ โดยไม่ได้ยุ่งกับแมว แค่ต้องการบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน
…บางคนหิ้วงานฝีมือมาถัก ให้เจ้าเหมียวแย่งเล่นเสียอย่างนั้น
คาเฟ่แบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในโตเกียว ซึ่งแต่เดิมจะเปิดตั้งแต่เช้าไปจนถึงสี่ทุ่ม แต่ล่าสุดทางการญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายใหม่ ร่นเวลาเป็นสองทุ่มเพื่อไม่ให้แมวถูกรบกวนมากเกินไป

แม้คาเฟ่นี้จะมีแมวเป็นตัวเอก แต่พนักงานประจำร้านก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะต้องทำหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับลูกค้า
…ต้องรู้วิธีเรียกลูกค้า บางร้านเขียนบล็อกโพสรูป เพื่อกระตุ้นให้แฟนคลับกลับมาเยี่ยมแมวตัวโปรด
…ต้องรู้วิธีนวดเพื่อให้แมวผ่อนคลาย เพราะวันๆหนึ่งแมวเจอคนเยอะมาก ไม่ซ้ำหน้า ไม่ซ้ำมือ อาจเครียดได้
ดังนั้น แค่มีแมวหลายๆตัว ก็ใช่จะเปิดคาเฟ่ได้ทันที แต่ต้องรู้วิธีทำให้แมวรับแขกเป็นด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s