ikea-idea

entrepreneurship

พอลและปีเตอร์ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน อายุเท่ากัน ช่วงเวลาทำงานก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก พวกเขามีความขยัน ตั้งใจในการทำงาน แต่ว่าปีเตอร์ทำงานได้ไม่นานนัก ก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อยๆ จนได้เป็นถึงผู้จัดการแผนก แต่สำหรับพอลแล้ว ดูเหมือนทุกคนจะลืมไปว่ามีเขาอยู่ด้วย จนวันหนึ่ง พอลจึงหมดความอดทนได้เข้ามาขอลาออก เหตุผลก็คือ
“ผมได้ทำงานอย่างหนัก หามรุ่งหามค่ำ แต่ไม่เคยประจบประแจงหรือคุยโวโอ้อวด ผมจึงไม่เคยอยู่ในสายตาของผู้อำนวยการเลย”

ผู้อำนวยการรู้อยู่แล้วว่า พอลนั้นทำงานหนักจริง แต่เขาขาดคุณสมบัติไปข้อหนึ่ง แต่ถ้าเขาพูดไปตรงๆ อาจทำให้พอลไม่สบายใจหนักกว่าเดิม ดังนั้น เขาจึงคิดใช้วิธีอื่น
“พอลบางทีฉันอาจจะเข้าใจนายผิด เอาอย่างนี้แล้วกัน เธอไปที่ตลาดดูว่าที่ตลาดมีอะไรมาขายบ้าง”

พอลไปตลาดแล้วก็กลับมา รายงานผู้อำนวยการว่า “ผมพบว่ามีชาวนาชราคนหนึ่งลากรถมาขายถั่ว”
ผู้อำนวยการถาม “รถนั้นสามารถบรรทุกถั่วได้หนักกี่กิโล?”

พอลขอกลับไปดูใหม่ สักครู่ก็กลับมา รายงานว่า “รถนั้นบรรทุกถั่วจำนวน 40 กว่าถุง ถุงละประมาณ 20 กิโล”
ผู้อำนวยการจึงถามอีกว่า “กิโลละเท่าไหร่?”

พอลจะขอกลับไปดูใหม่ แต่ผู้อำนวยการได้เรียกให้เขาหยุด และให้พักผ่อนสักครู่ จากนั้นเขาก็ให้คนไปเรียก ปีเตอร์มาพบแล้วพูดกับเขาว่า “คุณปีเตอร์ คุณไปที่ตลาดนะ ดูว่าวันนี้มีอะไรมาขายบ้าง” ไม่นานนัก ปีเตอร์กลับมาแจ้งว่า “ที่ตลาดมีเพียงชาวนาชราคนหนึ่งนำถั่วมาขาย มีอยู่ประมาณ 40 กว่าถุง รวมแล้ว 800 กว่ากิโล ราคาก็ปานกลาง และคุณภาพก็ดีด้วย ”

จากนั้นเขาก็นำตัวอย่างถั่วบางเม็ดให้ผู้อำนวยการดู แล้วพูดต่อว่า “เย็นนี้เขาจะลากถั่วอีก 1 คันรถ มาขายที่ตลาด ราคาก็ใช้ได้ ผมเตรียมที่จะเจอกับชาวนาชราคนนี้อีกครั้งในตอนเย็น” พอลซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เริ่มหน้าแดง เขาขอร้องให้ผู้อำนวยการคืนใบลาออกให้กับเขา

ตอนนี้เขาเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างเขากับปีเตอร์แล้ว คนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ที่จริงแล้วอาจไม่มีเทคนิคอะไร แต่เขาจะมีความคิดที่ไกล ก้าวหน้ากว่าคนอื่นเท่านั้นเอง

อ่านนิทานเรื่องนี้จบ ทำให้รู้เลยว่าตัวผมเองยังไม่มีความเป็น entrepreneurship มากเท่าไร
เหมือนตอนอ่านเจอวิธีคิดของ Ingwar Kamprad (ผู้ก่อตั้ง IKEA) ตอนที่เดินดูตลาดในปักกิ่ง
เขามองเห็นไก่สดไม่มีขนวางขายเต็มไปหมด ก็เกิดคำถามว่า “พวกเขาเอาขนไก่ไปทำอะไรหมด”
แล้วมารู้ภายหลังว่านำไปทิ้ง
จากนั้นไม่นาน IKEA ก็ผลิตผ้านวมขนไก่ ซึ่งถูกกว่าขนเป็ด ขนห่าน

แต่ถ้าวันนั้นผมไปเดินกับ Kamprad ด้วย ผมคงเกิดคำถามว่า “เย็นนี้จะกินต้มยำไก่ หรือไก่ย่างดี?”

ภาพจาก thebigfatnoodle.com

หนึ่งความคิดบน “entrepreneurship”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s