overweight

คนไทย ใหญ่ขึ้นนะ

ผมมักได้ยินเพื่อนๆบ่นว่า หุ่นของเขาก็ได้มาตรฐาน แต่ทำไมเวลาซื้อเสื้อผ้าแล้วหาไซส์ไม่ได้ ไม่อยากตอบกลับไปเลยครับว่า มาตรฐานส่วนตัวหรือเปล่า เพราะเป็นที่รู้กันว่าไซส์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในร้านขายเสื้อผ้าจึงต้องมีไซส์ S, M, L, XL ไว้ให้เลือก

และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเดียวนี้จะมีไซส์ให้เลือกเยอะขึ้น ขนาดเล็กก็จะมีเล็กกว่าเดิมอีก เป็น XS ส่วนขนาดใหญ่ก็เพิ่มเป็น XXL บางยี่ห้องก็มี X มากกว่าสองตัว ที่เป็นเช่นนี้เพราะหุ่นของคนไทยเปลี่ยนไป

ประเทศไทยมีการสำรวจเพื่อวัดขนาดรูปร่างอยู่เป็นระยะๆประมาณ 5-6 ปีครั้ง การสำรวจครั้งล่าสุดมีการวัดแบบ 3 มิติด้วย ในชื่อโครงการ Size Thailand โดยเนคเทคเมื่อปี 2552 การสำรวจครั้งนี้ทำให้รู้ว่าคนไทยไซส์ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับ 25 ปีที่แล้ว ผู้ชายวัยกลางคน มีส่วนสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7 เซนติเมตร รอบอกเพิ่มขึ้น 5.8 นิ้ว ส่วนผู้หญิงวัยทำงาน ส่วนสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร รอบอกเพิ่มขึ้น 2.4 นิ้ว นั่นคือ คนไทยสูงขึ้นและรอบอกใหญ่ขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน น้ำหนักตัวและรอบเอวก็เพิ่มขึ้นด้วย แถมเพิ่มในสัดส่วนที่มากกว่า โดยผู้ชายวัยกลางคนน้ำหนักเพิ่มขึ้น 12.7 กิโลกรัม เอวใหญ่ขึ้น 4.4 นิ้ว เช่นเดียวกับผู้หญิง น้ำหนักเพิ่มขึ้น 6 กิโลกรัม เอวใหญ่ขึ้น 3.9 นิ้ว
การเพิ่มขึ้นที่ไม่สัมพันธ์กัน ทำให้คนไทยส่วนใหญ่หุ่นไม่ปกติ โดยผู้ชายจำนวนกว่า 37% เป็นคนอ้วน อีก 21% เริ่มท้วม ในขณะที่ 5% อยู่ในข่ายผอม นั่นแปลว่า มีคนที่หุ่นปกติเพียง 36% เท่านั้น ส่วนผู้หญิงจำนวนกว่า 31% เป็นคนอ้วน อีก 17% เริ่มท้วม ในขณะที่ 10% จัดอยู่กลุ่มผอม เหลือผู้หญิงเพียง 42% ที่หุ่นปกติ
จากข้อมูลตรงนี้ หมายความว่า ผู้ประกอบการธุรกิจเสื้อผ้าและแฟชั่น ก็ต้องผลิตไซส์ใหญ่ในจำนวนมากกว่าไซส์เล็กหรือไซส์กลาง

ผลเสียที่ตามมาของคนหุ่นไม่ปกติ ซึ่งส่วนใหญ่คือคนอ้วนหรือลงพุง อย่างแรกคือ เสียสุขภาพกาย เพราะทำให้เสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ อาทิ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันเลือดสูง และไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น อย่างที่สองคือ เสียสุขภาพจิต เพราะโดยพื้นฐานทุกคนก็อยากดูดี มีคนชม และหาเสื้อผ้าใส่ง่าย ไม่มีใครอยากถูกทักว่า ดูอวบขึ้นกว่าเดิมนะ แต่จะรู้สึกดีถ้ามีคนพูดว่า ช่วงนี้ดูผอมลง คนไทยกลุ่มนี้กำลังต้องการทางออกแบบไหน หาอะไรเป็นตัวช่วย ผมมีบทสรุปมาฝากครับ

1. เรื่องที่สนใจ
คนที่หุ่นยังไม่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่สนใจเรื่อง การลดความอ้วน มากที่สุด รองลงมาคือเรื่อง การลดน้ำหนัก ในขณะที่การหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคเบาหวาน และความดัน ก็อยู่ในลำดับถัดมา โดยสถิติการค้นหาข้อมูลในกูเกิ้ลตลอดสิบปี แสดงให้เห็นว่าจำนวนการค้นหาคำว่า ‘ลดความอ้วน’ และ ‘ลดอ้วน’ มีมากกว่าคำว่า ‘ลดน้ำหนัก’ หนึ่งเท่าตัว ส่วนคำว่า ‘เบาหวาน’ ‘ความดัน’ จะมีจำนวนใกล้เคียงกับคำว่า ‘ลดน้ำหนัก’
หลายคนอาจสงสัยว่า การลดความอ้วนและการลดน้ำหนัก แตกต่างกันด้วยหรือ ซึ่งหากมองผิวเผินก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน แต่หากดูความต้องการของคนสองกลุ่มนี้ จะพบจุดต่างกันเล็กน้อย นั่นคือคนที่สนใจลดน้ำหนัก จะเน้นปรับพฤติกรรม เน้นเรื่องอาหารการกิน และการออกกำลังกาย แต่คนที่ต้องการลดความอ้วน จะมองหายาและอาหารเสริมเป็นตัวช่วย สถิติการค้นหาในกูเกิ้ล บ่งบอกว่าเมื่อค้นหาคำว่า ลดน้ำหนัก ผู้บริโภคมักหาคำว่า สูตรลดน้ำหนัก อาหารลดน้ำหนัก เป็นสัดส่วนที่มากกว่า ยาลดน้ำหนัก ต่างจากการค้นหาคำกว่า ลดความอ้วน ที่ผู้บริโภคจะนึกถึงยาลดความอ้วนเป็นอันดับแรก

2. แนวโน้มเปลี่ยนไป
นอกจากจุดโฟกัสของคนลดความอ้วนและคนลดน้ำหนักจะแตกต่างกันแล้ว กระแสนิยมของวิธีลดน้ำหนัก หรือวิธีลดความอ้วน ก็เปลี่ยนไปในแต่ละปี อย่างเช่น เมื่อปี 2552 คนลดความอ้วนจะฮิตเรื่องโยคะ สมุนไพร และผลไม้ ส่วนคนที่ต้องการลดน้ำหนักจะนิยมเนเจอร์กิฟ ปี 2553 ยันฮี กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนลดความอ้วน ส่วนคนลดน้ำหนักต่างค้นหาข้อมูล สูตรพระเทพฯ
ในปี 2554 บาชิ ยาลดไขมัน สมุนไพรไทย และกาแฟ คือสี่วิธียอดฮิตของคนลดความอ้วน ในขณะที่คนลดน้ำหนักมองหาอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำหนัก อาทิ กาแฟลดน้ำหนัก กล้วยลดน้ำหนัก ชาลดน้ำหนัก นมลดน้ำหนัก เป็นต้น
ปี 2555 โอนามิ ชุดกระชับรูป ได้รับความนิยมมากในหมู่คนลดความอ้วน เช่นเดียวกับผงบุกและกล้วยหอม เริ่มเป็นทางเลือกของคนกลุ่มนี้ พร้อมๆกับหันมาสนใจออกกำลังกายกันมากขึ้น ในปีนี้เกิดกรณีศึกษาที่น่าสนใจในหมู่คนน้ำหนักเกิน เมื่อคุณลูกนก สามารถลดน้ำหนักได้ 63 กิโลกรัม ภายในเวลา 6 เดือน โดยมีเคล็ดลับที่อาหารแคลลอรี่ต่ำ ซึ่งช่วยจุดประกายในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน สินค้าที่ได้รับความนิยม มีทั้งเนยลดน้ำหนัก ผงบุกลดน้ำหนัก วิตามินนมลดน้ำหนัก วิ่งลดน้ำหนัก สำหรับปี 2556 วิธียอดฮิตของคนลดความอ้วน คือ Fuco, คัพเค้กไดเอ็ท, เม็ดแมงลัก, โดนัท, ผงบุก, น้ำสลัด, ดีท็อก, เต้นแอโรบิค ส่วนวิธียอดฮิตของคนลดน้ำหนักคือ Fuco, คัพเค้กไดเอ็ท, โดนัท, ฟิตเนส
ในปีที่ผ่านมา กระแสนิยมของคนทั้งสองกลุ่มมีความคล้ายกัน นั่นคือ Fuco, คัพเค้กไดเอ็ท, โดนัท โดยทั้งสามรายการนี้คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า คนลดน้ำหนักเริ่มหันมาสนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากขึ้นกว่าในช่วง 4-5 ก่อนหน้านี้ อาจเป็นเพราะวิธีเดิมไม่ได้ผล

3. ตัวช่วยมาแรง
จากแนวโน้มความนิยมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะพบลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ หากดูจากรายการสินค้าที่ฮิตตลอด 5 ปีที่ผ่านมา อาทิ อาหารเสริม DHC, กลูต้า, Vistra, Sun Clara, อาหารเสริมโดม, เพียวไวท์, Lipo, Collagen, โดนัท, Fuco, i pnk, โอไวท์ และ omg จะพบว่า อาหารเสริมเริ่มเปลี่ยนจากเน้นเพื่อสุขภาพผิว เพื่อสุขภาพภายในของผู้หญิง เพื่อบำรุงสมอง มาเป็นเพื่อควบคุมน้ำหนัก มากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนที่ต้องการลดความอ้วน ต้องการลดน้ำหนัก อยากเห็นผลเร็วขึ้น การใช้วิธีธรรมชาติทั้งเรื่องพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายอาจไม่พอ นอกจากนี้ ยังคนที่ไม่ได้อ้วนจริง แต่เป็นการอ้วนใจ คือรู้สึกไปเองว่าอ้วน ซึ่งคนกลุ่มนี้จะกังวลการรูปร่างของตัวเองเป็นอย่างมาก ก็มักนิยมผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นนักศึกษาและวัยทำงานตอนต้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงได้รับความนิยมมาตลอด เพราะตอบโจทย์ทั้งคนที่อ้วนจริงและอ้วนใจ

เห็นข้อมูลแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า อาหารเพื่อสุขภาพจะหมดโอกาสนะครับ แต่ตรงกันข้าม นั่นแปลว่า อาหารเพื่อสุขภาพยังทำตลาดได้ไม่ดี ทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือก จำใจต้องกินอาหารที่ไม่เป็นคุณกับร่างกาย ส่งผลให้คนไทยไซส์ใหญ่และไม่ได้มาตรฐานกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ คนกลุ่มนี้จำเป็นต้องแก้ปัญหาระยะสั้น ด้วยการหาตัวช่วยต่างๆ
การลดปัญหาเหล่านี้ คือโอกาสของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพชีวิตของลูกค้า และกำไรก็จะตามมาเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
sizethailand.org
google.com/trends
ภาพจาก: foodnavigator.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s