multiscreen

เรื่องราวเช้านี้

ทุกเช้าของการเดินทาง หากใครใช้บริการขนส่งสาธารณะ จะคุ้นตากับภาพผู้โดยสารนั่งก้มหน้าจ้องมองจอในมือของตัวเอง มีทั้งขนาดหน้าจอเล็ก หน้าจอใหญ่ และต่อสายหูฟังด้วย หลายคนสไลด์นิ้วมืออย่างรวดเร็วไปมาพร้อมแม้มมุมปาก แม้จะยืนอยู่ระยะไกลก็เดาได้ว่ากำลังเล่นเกม หลายคนค่อยๆเอานิ้วสไลด์หน้าจอขึ้นไปทีละนิด พอเดาได้ว่ากำลังติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ หลายคนนิ้วมือไม่ขยับแต่อมยิ้มและมีเสียงหัวเราะหลุดออกมาเป็นบางครั้ง รู้เลยว่ากำลังสนุกกับละครทีวีหรือซีรี่ย์เกาหลี และอีกหลายอิริยาบทที่ชวนมอง

บนท้องถนน เวลาสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว แต่ก่อนจะมีเฉพาะสาวๆที่คันหลังต้องกดแตรสะกิด เพราะกำลังส่องกระจกแต่งหน้าทาปาก แต่เดี๋ยวนี้รถที่คนขับเป็นผู้ชายก็มักถูกสะกิดด้วยแตรเช่นกัน หรือว่าผู้ชายสมัยนี้ก็แต่งหน้าด้วย ไม่ใช่หรอกครับ ที่ไม่ขยับตามสัญญาณไฟ ก็เพราะมัวแต่จ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต ผมไม่แน่ใจว่าการมีอุปกรณ์นี้จะส่งผลให้สาวๆใช้เวลาแต่งหน้าน้อยลง แล้วเอาเวลามาเล่นมือถือแทนหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็นจากจำนวนภาพ Selfie บน Timeline ก็ขอเดาว่าสาวๆต้องใช้เวลาแต่งหน้ามากขึ้น ถี่ขึ้น เพื่อพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ไม่เฉพาะบนท้องถนนเท่านั้นหลายคนเริ่มกิจกรรมจ้องหน้าจอตั้งแต่ลืมตาตื่นนอนก่อนลุกจากเตียงเสียอีก ถามว่าคนยุคนี้ติดคุยกับเพื่อน ติดเล่นเกม ติดละคร ขนาดนั้นเลยหรือ ต้องบอกว่าคงไม่ใช่ทั้งหมด เพราะบางคนก็ตื่นมาเช็คข่าวแต่เช้าผ่านมือถือซึ่งสะดวกกว่าดูรายการเล่าข่าวเช้านี้ทางทีวี บางคนตื่นขึ้นมารีบเปิด LINE เช็คข้อความว่ามีงานด่วนหรือเปล่า กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เวลางานกับเวลาส่วนตัวแทบจะแยกกันไม่ออก

ทีวีอยู่ตรงไหน
แม้พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปมาก แต่หากบ้านไหนไม่มีทีวีคงเป็นเรื่องผิดปกติแน่ๆ เพราะทีวีคืออุปกรณ์หลักของกิจกรรมสันทนาการในบ้าน เป็นบริเวณที่ทุกคนมาอยู่พร้อมหน้า หลายครอบครัวทีวีคือตัวช่วยเพิ่มรสชาติอาหารมื้อเย็น ทานข้าวไป ดูทีวีไป วิจารณ์ละครไป เป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันมานาน ทีวีไม่ได้หายไปไหน ทีวียังตั้งอยู่ที่เดิม ยังเปิดเหมือนเดิม แต่เริ่มได้รับความสนใจน้อยลง เพราะในขณะที่เปิดทีวี มือก็หยิบสมาร์ทโฟนมาส่งข้อความ อัพสเตสัส หรือซื้อของออนไลน์ บทบาทของทีวีเริ่มเปลี่ยนไป จากหน้าจอหลักกลายเป็นหน้าจอรอง(Second-screen)

ไม่ใช่แค่บ้านพักอาศัย แต่บทบาทของทีวีในโรงแรมก็เปลี่ยนไปด้วย ในอดีตการมีทีวีประจำทุกห้องพัก คือมาตรฐานที่ทุกโรงแรมต้องมี โดยเฉพาะฟรีทีวีต้องมีช่องหลักๆที่เด่นเรื่องละครหลังข่าว หากโรงแรมไหนมีช่องเคเบิ้ลก็ยิ่งดีใหญ่ แต่ตอนนี้การดูละครทีวีอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่เสมอไป เพราะสามารถดูย้อนหลังได้ ลูกค้าส่วนใหญ่จึงถามหาสัญญาณไวไฟมากกว่าถามหาทีวีเสียอีก หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าแขกบางคนไม่ได้เปิดทีวีเลย ผมคือหนึ่งในนั้น แขกบางคนเปิดทีวีทิ้งไว้ ให้มีเสียงดัง ไม่เงียบเกินไป หรือจงใจเพื่อกลบเสียงอะไรบางอย่าง อะแฮ่ม! เสียงอะไรก็ไม่รู้ครับ แต่ไม่ได้ดูจริงจัง จึงไม่แปลกใจที่โรงแรมบางแห่งเริ่มเอาทีวีออก และหันไปเพิ่มบริการไวไฟแทน

งานวิจัยของ Google ในปี 2012 พบว่า ในขณะที่กำลังเปิดทีวีดู คนจำนวน 77% จะหยิบสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ค และแท็ปเล็ต ขึ้นมาเปิดดูด้วย ในทำนองเดียวกันสำหรับคนที่กำลังเล่นแท็ปเล็ต มีจำนวนกว่า 75% จะเปิดหน้าจออื่นด้วย หรือแม้แต่การใช้งานสมาร์ทโฟน มีจำนวนกว่า 57% เปิดหน้าจออื่นไปพร้อมๆกัน สะท้อนว่าคนเดี๋ยวนี้สายตาล็อกแล็กมาก เดี๋ยวมองจอนี้เดี๋ยวมองจอนั้น ในเมืองไทยแม้จะยังไม่มีงานวิจัยเรื่องนี้ แต่พฤติกรรมที่สังเกตเห็นก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

อะไรจะมาแทนทีวี
‘นิตยสารบางกอก ละครวิทยุคณะเกศทิพย์ คณะสยาม 81’ หากใครรู้จักคำเหล่านี้แปลว่าเกิดทันยุคก่อนทีวี เพราะนี่คือชื่อนิตยสารและรายการวิทยุที่สะท้อนถึงสื่อในยุคนั้น จากบทวิเคราะห์ของ Thomas Baekdal ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อสมัยใหม่ ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ช่องทางหลักในการรับข่าวสารเปลี่ยนแปลงไป เริ่มแรกเมื่อ 200 ปีที่แล้ว สื่อกระดาษเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ในรูปของหนังสือพิมพ์และนิตรสาร ถัดมาอีก 100 ปีเข้าสู่ยุคสื่อวิทยุและทีวี ถัดมาอีก 90 ปี ก็เริ่มเข้าสู่ยุคออนไลน์ โดยเริ่มจากการเผยแพร่ผ่านเว็บไซด์ และใช้เวลาร่วมๆ 10 ปี จึงเกิดบล็อก(Blog)ขึ้นมา

บล็อกเกอร์(Blogger) คือคำที่ใช้เรียกคนเขียนบล็อก ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการการสื่อสารวิธีใหม่ ที่ใครๆก็สื่อสารได้ เป็นการเปิดโลกของการสื่อสารอย่างแท้จริง เพราะบล็อกของคุณหมอทำให้เรารู้ว่าสาระความรู้ก็ฮาได้ไม่ต้องเครียด การติดตามอ่านบล็อกของนักศึกษาไทยในออสเตรเลียที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เหมือนได้คุยกับเพื่อนที่อยู่ห้องถัดไป ถ้าอยากได้วิธีแต่งบ้านก็มีอินเทียเรียร์ดีไซน์เนอร์มาอัพเดทเรื่องราวในวงการ

ในเมืองไทยมีบล็อกเกอร์จำนวนมากมาย หลากหลายอาชีพ ทั้งเขียนเก่ง เขียนสนุก และฝึกเขียน จนทำให้เวบบล็อกสัญชาติไทย อาทิ Exteen.com หรือ Diaryclub.com ประสบความสำเร็จอย่างดี ช่วงเวลาของ Blog เป็นเหมือนการวอร์มอัพและปรับจูนให้คุ้นเคย เพราะพอมี Social Network กระแสฮิตก็จุดติดทันที

จากการวิเคราะห์ของ Thomas Baekdal ได้พยากรณ์ ช่องทางในการรับข่าวสารจะเปลี่ยนแปลงไปเป็น Social News และในอนาคตก็เป็น Targeted มากขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องกับชีวิตของเราในปัจจุบัน เพราะเดี๋ยวนี้หลายคนไม่ได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์เป็นหลัก บางข่าวก็รู้จากเพื่อนใน facebook บางข่าวก็ได้เห็นภาพใน Line ก่อนข่าวในทีวี หากสนใจข่าวบันเทิงก็เกาะติดดาราใน instagram จะได้เห็นเบื้องหลังทุกอย่าง และเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดก็ถามหา wifi หรือ 3G มากกว่าทีวีเสียอีก นี่คือ ผลกระทบจาก Social Media ที่บทบาทของช่องทางการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่ได้หมายความว่า สื่อสิ่งพิมพ์หมดโอกาสหรือหมดความสำคัญ หากแต่สื่อสิ่งพิมพ์จะเปลี่ยนบทบาทไป ไม่ใช่ช่องทางนำเสนอข่าวในมิติของความเร็ว แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลในเชิงลึกและเชื่อมโยง

ภาพจาก http://www.aldeavillana.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s