อัพสเตตัส เอาไว้ขาย

เคยคิดกันไหมครับว่าการเล่นโซเชียลมีเดียมีประโยชน์อะไรบ้าง?
…ได้อัพเดทข่าวสารทันเหตุการณ์
…ได้เจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานมาก
…ได้รู้ข่าวสารในอีกซีกโลกหนึ่งในแบบเจาะลึก
…ได้เห็นเบื้องหลังในบางวงการ
…ได้เม้าธ์และคอมเม้นท์คนอื่นอย่างสนุก…ได้รู้เรื่องชาวบ้านชนิดเกาะติดขอบจอ
…ได้รู้ว่าใครเป็นแฟนใคร
และอื่นๆอีกมากมาย

แล้วมีประโยชน์ที่จับต้องเป็นตัวเงินไหม?
คำตอบคือมีครับ นั่นคือ ขายข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดีย
เอ๊ะ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อะไร ทำไมจึงมีคนสนใจซื้อ งั้นเรามาดูกัน

ผมมั่นใจทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ ต้องเคยผ่านการทำวิจัยตลาดมาก่อนอย่างแน่นอน
…บางคนเคยอยู่ในฐานะคนถูกสัมภาษณ์
…บางคนอยู่ในฐานะคนทำวิจัย ซึ่งบทบาทนี้สมัยเรียนปริญญาตรีเกือบทุกคนต้องเคยทำแบบสอบถาม ออกไปสำรวจความคิดเห็น แล้ววิเคราะห์ข้อมูลสรุปเป็นรายงานหรือปริญญานิพนธ์ส่งอาจารย์

ในฐานะคนถูกสัมภาษณ์การทำวิจัยตลาดมักมีสินน้ำใจตอบแทนค่าเสียเวลา หากเป็นแบบสำรวจที่ยืนคุยกันริมถนน อาจได้พวงกุญแจ ปากกา ซองใส่เหรียญ หรือของใช้เล็กๆน้อยๆเป็นการขอบคุณ แต่หากนั่งโต๊ะคุยกันนานหน่อย ของติดมือก็มีราคาแพงขึ้น ชิ้นใหญ่ขึ้น ยังมีการวิจัยตลาดอีกประเภทที่ต้องการทราบพฤติกรรมและความคิดของผู้บริโภคเชิงลึก ก็จะเชิญเข้ามาร่วมสนทนากลุ่ม เรียกว่าทำวิจัยแบบ Focus group ซึ่งการวิจัยลักษณะนี้มักให้เงินเป็นการตอบแทนในระดับหลายร้อยบาทไปจนถึงเกินหนึ่งพันบาท

สิ่งที่ธุรกิจต้องทำวิจัยตลาด ก็เพื่ออยากรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร มีเรื่องใดที่ชื่นชอบ และมีเรื่องใดที่ยังต้องปรับปรุง ซึ่งช่องทางในการฟังเสียงลูกค้า จะมีสองช่องทางหลัก
ช่องทางแรก คือลูกค้าบอก ด้วยการโทรศัพท์เข้าไปแจ้งคอลเซ็นเตอร์ ส่งจดหมายไปยังสำนักงานใหญ่ หรือไม่ก็ร้องเรียนพนักงานที่ร้านค้า
ช่องทางที่สอง คือออกไปถามลูกค้า ซึ่งก็คือการทำวิจัย
แต่เมื่อมีโซเชียลมีเดีย ช่องทางในการฟังเสียงลูกค้าก็เปลี่ยนไป ไม่ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่เป็นการขยายช่องทางแรกให้ใหญ่ขึ้น

Datacoup คือบริษัทแรกที่เห็นโอกาสนี้ และอาสาเป็นคนกลางในการบริหาร ‘ข้อมูลส่วนตัว’ ให้ขายได้เฉพาะส่วนที่ต้องการเท่านั้น คนที่อยากขายข้อมูลสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดเผยข้อมูลการใช้งานโซเชียลใดบ้าง
นอกจากนั้น พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต ซื้อสินค้าออนไลน์ ว่าแต่ละวันซื้ออะไรไปบ้าง ก็เลือกที่ขายหรือไม่ขายได้เช่นกัน
โดยผลตอบแทนที่ Datacoup ให้กับลูกค้าขึ้นอยู่กับความถี่การใช้งานสื่อสมัยใหม่ ในเบื้องต้นมีอัตราเหมาจ่ายที่ 10 ดอลลาร์ต่อเดือน

โปรไฟล์ส่วนตัวที่ลงทะเบียนไว้ในโซเชียลมีเดีย ว่าสถานะการแต่งงานเป็นอย่างไร มีใครเป็นเพื่อนบ้าง จบการศึกษาที่ไหน ทำงานบริษัทใด ชอบเที่ยวทะเลหรือภูเขา นักร้องคนโปรด หนังที่ชื่นชอบ บ้าฟุตบอลหรือเปล่า เหล่านี้อาจดูเป็นข้อมูลธรรมดา แต่หากนำมาวิเคราะห์ร่วมกับการแสดงความคิดเห็น หรือไปกด Like เล่นเกมส์ในเพจต่างๆ ก็จะทำให้เจ้าของสินค้าแบรนด์เข้าใจผู้บริโภคได้มากขึ้น

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการแปร ‘แปรข้อมูล’ ให้เป็น ‘เงิน’ และในอนาคตข้อมูลเหล่านี้จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หลากหลายขึ้นกว่าเดิม ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง และคลิป ถึงตอนไหนอาจมีอาชีพใหม่ ที่วันๆเอาแต่นั่งเช็คนั่งอัพเดพสเตตัส ก็ได้ครับ

ภาพจาก christianitytodayads.com