Mirai-Industry

เค็มให้ถูกจุด

ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่งกำหนดสวัสดิการไว้ว่า พนักงานสามารถ
…ลดพักร้อนได้ปีละ 40 วัน
…ลาคลอดและเลี้ยงลูกได้ 3 ปี
…ไม่มีลูกจ้างชั่วคราว ทุกคนเป็นพนักงานประจำทั้งหมด
…เริ่มงาน 8.30 เลิกงาน 16.45 ไม่มีการทำ Over-time
…ทุกๆ 5 ปี มีการพาพนักงานไปเที่ยวต่างประเทศ โดยบริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ต้องเสียเวลาไปลุ้นโชคกับชาเขียว…ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยออกไอเดีย และห้ามหัวหน้ากดดันลูกน้อง
…ไม่มีการไล่ออก อยู่จนเกษียณอายุที่ 70 ปี
…และที่สำคัญ เงินเดือนสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทในย่านเดียวกัน
หลายคนชักเริ่มสนใจอยากไปสมัครงานกับบริษัทนี้ คิดว่าบริษัทนี้มีอยู่จริงไหมครับ
คำตอบคือ มีอยู่จริงๆ และมีมานานด้วย บริษัทนี้ชื่อ Mirai Industry เป็นบริษัทขนาดไม่ใหญ่แต่ดำเนินการมาแล้วกว่า 40 ปี

ทำไมบริษัทถึงกล้าให้สวัสดิการแบบนี้
Akio Yamada ซีอีโอของบริษัท มีปรัชญาในการนำองค์กรว่า “พนักงาน ไม่ใช่เครื่องจักร” และเชื่อว่าโดยพื้นฐานทุกคนเป็นคนดี เวลามอบหมายงานไปแล้วจงเชื่อใจและไว้ใจพนักงาน ไม่คิดว่าพวกเขาจะปิดบังหรือโกหก นอกจากนี้เขายังเน้นย้ำเรื่องการให้อิสระในการทำงาน มองว่าการมีกฎระเบียบจะปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์และไม่จูงใจให้อยากทำงาน บริษัทนี้จึงไม่มีการตอกบัตรเข้าทำงาน ไม่มียูนิฟอร์ม และระเบียบบังคับพนักงาน
ในมุมมองของ Akio Yamada หน้าที่ของผู้นำ คือการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน นั่นจึงทำให้ Mirai Industry มีสวัสดิการที่โดดเด่นและชวนให้ไปร่วมงานด้วยเป็นอย่างยิ่ง

อาจเป็นเพราะเส้นทางชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ Akio Yamada จึงทำให้ Mirai Industry มีวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างจากบริษัททั่วๆไป
Akio Yamada เกิดในครอบครัวทำธุรกิจ โดยคุณพ่อของเขาทำโรงงานผลิตผ้าขนสัตว์ในเซี่ยงไฮ้ แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ครอบครัว Yamada ก็ย้ายกลับมาอยู่ญี่ปุ่น และเปลี่ยนมาทำโรงงานผลิตสายไฟซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในขณะนั้น หลังเรียนจบ Akio Yamada ก็มาช่วยงานที่บริษัทเหมือนลูกเจ้าของบริษัททั่วๆไป แต่ความสนใจของเขากลับเป็นเรื่องอื่น

ในญี่ปุ่นยุคนั้นถือเป็นยุคทองของการแสดงละครเวที ซึ่ง Akio Yamada ก็ชื่นชอบอย่างมาก ถึงขนาดตั้งคณะละครของตัวเอง โดยตั้งชื่อคณะว่า Mirai ที่มีความหมายว่าอนาคตในญี่ปุ่น แน่นอนว่าเมื่อลูกเจ้าของบริษัทแต่กลับไปรักการแสดงมากกว่าคิดสานต่อกิจการ สุดท้ายก็ถูกไล่ออก จนกระทั่งวันหนึ่ง Akio Yamada ก็เริ่มตั้งบริษัทของตัวเอง โดยมีเพื่อนร่วมคิดคือคนในคณะละครนั่นเอง

Mirai ไม่ได้หายไปไหน แต่เปลี่ยนจากคณะละครมาเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งที่เขาต้องการให้ลูกค้าได้รับยังเป็นเรื่อง ‘ความสุข’ เหมือนเดิม
จาก ‘ละคร’ เปลี่ยนมาเป็น ‘สินค้า’ เขารู้ว่าพนักงานจะต้องทำงานหนักกว่าเดิมแน่ๆ ซึ่งหนทางเดียวที่จะทำให้พนักงานสามารถทำงานหนักได้ คือต้องทำให้พวกเขาพึงพอใจ นั่นเป็นที่มาของเงื่อนไขการทำงานที่ไม่ธรรมดาของบริษัทนี้

Akio Yamada ก็เหมือนผู้บริหารส่วนใหญในยุคสงครามโลกที่เน้นการประหยัด และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ซีอีโอคนนี้ ประหยัดในระดับที่ว่า ใส่เสื้อกีฬาและกางเกงขาสั้นมาทำงาน ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเปิดแอร์ รถส่วนตัวหรือรถประจำตำแหน่งไม่ต้องมี แต่ขับรถบรรทุกเล็กของบริษัทแทน

ดูๆแล้ว ซีอีโอบริษัทนี้เค็มน่าดู แต่ความเค็มก็ออกแบบความสุขได้
…การเน้นประหยัดไฟ ทำให้บริษัทนี้เลิกงานเร็ว นั่นแปลว่าพนักงานต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
…การลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้ไม่มียูนิฟอร์ม ไม่ต้องมีเครื่องตอกบัตร ซึ่งลดรายจ่ายได้อีกเยอะทีเดียว
ความเค็มของผู้บริหารก็มีประโยชน์ หากรู้จัก ‘เค็มให้ถูกจุด’ นำมาใช้ให้ตรงกับ ‘จริตของพนักงาน’ องค์กรก็เติบโตได้ยั่งยืน

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s