Aging-society

สังคม อุดมผู้สูงวัย

“ประชากรไทยมีทั้งหมดกี่ล้านคน?”

อาจหาตัวเลขเป๊ะๆกันไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าถ้าถูกบังคับให้ตอบ หลายคนจะตอบได้ใกล้เคียง อาทิ หกสิบห้าล้าน หกสิบเจ็ดล้าน หรือ หกสิบกว่าล้าน แล้วเคยคิดไหมครับว่า ประชากรไทยจะเพิ่มไปเรื่อยๆถึงไหน จะเกิน 100 ล้านคนหรือเปล่า เราจะมีที่อยู่ที่กินเพียงพอไหม ข้าวไทยจะเหลือส่งออกหรือเปล่า คำตอบคือ จำนวนคนไทยจะไม่เพิ่มไปตลอดเรื่อยๆหรอกครับ และก็จะหยุดเพิ่มเร็วๆนี้

ในปี 2559 หรืออีก 11 ปีถัดจากนี้ จะเป็นครั้งแรกที่เส้นกราฟจำนวนประชากรไทยเริ่มก้มหัวลง จากที่เคยเชิดหน้ามาตลอด โดยสภาพัฒน์ฯคาดการณ์ว่าประชากรไทยจะพีคที่จำนวน 66.38 ล้านคน เหตุการณ์นี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายๆประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว พอจำนวนประชากรเพิ่มถึงจุดหนึ่งก็จะหยุดนิ่งและปรับลดลง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากคนสมัยนี้แต่งงานอยู่กินเป็นสามีภรรยากันน้อยลง ชอบความเป็นอิสระ เลือกที่จะอยู่เป็นโสดมากขึ้น คนที่แต่งงานก็แต่งกันช้าตอนอายุเยอะ แต่งแล้วก็มีลูกช้า บางคู่ก็ไม่ยอมมีลูก นั่นทำให้ประชากรเกิดใหม่ ชดเชยไม่ทันประชากรที่เสียชีวิตไป

สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขลดลงในภาพรวม แต่สัดส่วนของแต่ละช่วงวัยก็เปลี่ยนไปด้วย ในอีก 11 ปีข้างหน้า ประชากรไทย 5 ใน 20 คนจะเกษียณจากงานแล้ว เพิ่มจากปัจจุบันที่มีเพียง 3 ใน 20 คนเท่านั้น นั่นคือภาพของ ‘สังคมผู้สูงวัย’ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่แปลกใจถ้าเทรนด์เพื่อสุขภาพ ที่กำลังฮิตจะยังคงเป็นธีมหลักในการทำธุรกิจอีกหลายปี

การตระหนักเรื่องสุขภาพไม่ได้จำกัดเฉพาะคนอายุเยอะเท่านั้น แต่จะขยายไปถึงทุกวัย ดังจะเห็นได้จากเทรนด์  Health and Wellness ที่เกิดในต่างประเทศ เพราะแต่ละคนมี ‘นิยามความหมายและวิธีการ’ ที่ต่างกัน

…บางคน แปรความหมายว่า เป็นการรักษา

…บางคน บอกว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัย

…บางคน มองต่างออกไปว่า เกี่ยวข้องกับความมั่นใจ

คนที่แปรความว่าคือ ‘การรักษา’ ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงวัยนั่นแหละครับ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคนที่ยังไม่เกษียณหลายคนก็เดินเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เป็นเพราะเดี๋ยวนี้มีโรคที่เกิดขึ้นจากการทำงานหลากหลายอาการ ในเรื่องการรักษาโรค มองเผินๆเหมือนโอกาสของเอสเอ็มอีมีไม่มากเท่าผู้ประกอบการรายใหญ่เหมือนเช่นบริษัทยาหรือโรงพยาบาล แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะขั้นตอนของการรักษาไม่ได้มีแค่ยาและเวชภัณฑ์ หลังการรักษาเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ต้องใช้สถานที่ คนดูแล อุปกรณ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน นั่นแปลว่าอีกหนึ่งความต้องการของผู้สูงวัย คือ การอำนวยความสะดวก

…สะดวกแรก คือ การเดินทาง

…สะดวกที่สอง คือ อาหารการกิน

หากมองไปที่สังคมผู้สูงวัยในญี่ปุ่นหรือยุโรป ทางเดินเท้าในที่สาธารณะนอกจากมีบันได ยังต้องมีพื้นลาดเอียงควบคู่กัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนแก่ที่ต้องใช้รถเข็น ใช้ไม้เท้าที่ก้าวไม่ถนัด หมายความ อุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างที่ ‘อำนวยความสะดวก’ ทั้งในบ้าน ในอาคาร ที่โล่งแจ้ง จะมีความต้องการมากขึ้น และเมื่อผนวกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะทำให้อุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart devices) ที่ช่วยเตือนภัยหรือเชื่อมสัญญาณให้ลูกหลานรับรู้ทันที ได้รับความนิยมมากขึ้น

ในเรื่องอาหารการกิน สำหรับคนที่เคยทานมื้อละ 2-3 จานในช่วงวัยที่ใช้แรงงานหนักๆ พออายุมากขึ้นร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมากขนาดนั้น บวกกับระบบะการย่อยอาหารและสภาพร่างกายที่ต้องการสารอาหารเพื่อชดเชยความเสื่อม รูปแบบอาหารที่เหมาะสมจึงต้องเปลี่ยนไป ไม่เน้นปริมาณแต่เน้นสารอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละคน โดยมีเงื่อนไขเรื่อง ความหวาน ความเค็ม เป็นตัวกำกับ อาจต้องมีฉลากติดที่อาหารสำเร็จรูปที่ระบุว่า คนเป็นเบาหวานทานได้ คนเป็นโรคไตทานได้ หรือ ฉลากอาหารสำหรับคน 60 ปีขึ้นไป สำหรับคน 65ปี ขึ้นไป เป็นต้น

คนที่แปรความว่าคือ ‘การป้องกัน’ มักเป็นคนวัยทำงานที่ตระหนักถึงสุขภาพเกรงว่าเมื่ออายุมากจะลำบากในการกินอยู่ หลายคนอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดทำให้ต้องปรับตัวการใช้ชีวิตพร้อมๆกันไปด้วย ซึ่งการป้องกันจะมีทั้ง 2 รูปแบบ คือ การกิน และ การออกกำลังกาย

แนวคิดกินอาหารเป็นยา มีมานานแล้ว โดยมีเทรนด์ฮิตเล็กๆเปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม เช่น อาหารมังสวิรัต อาหารคลีน อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อย เป็นต้น อย่างไรก็ดี แม้ทุกคนจะรู้ว่า กินอาหารที่ดีมีประโยชน์จะลดโรคภัย แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้เสมอไป บางคนเจอกลิ่นผักกลิ่นกระเทียมไม่ได้เลย บางคนมักห้ามใจกับอาหารทอดๆมันๆไม่ได้ จึงทำให้มีการคิดค้น ‘ของกิน’ อีกกลุ่มที่ผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ไข ซึ่งได้แก่วิตามิน อาหารเสริม โดยมูลค่าตลาดสินค้ากลุ่มนี้เติบโตดีทั่วโลก

นอกจากการกินแล้ว การออกกำลังกายต้องควบคู่ไปด้วยจึงจะสร้างเกราะป้องกันโรค แต่ที่ผ่านคนไทยออกกำลังกายกันน้อยเหลือเกิน อาจเพราะไม่มีเวลา ไม่มีเพื่อน ไม่มีสถานที่ ไม่มีกีฬาที่เหมาะสม แต่แนวโน้มจากนี้คนจะหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น เพราะกีฬาจะถูกทำให้เป็นเรื่องสนุก กีฬาจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์ต่างๆ ที่เห็นชัดในช่วงนี้คือการปั่นจักรยานและการวิ่ง หากใครเป็นนักวิ่งหรือชอบวิ่ง จะพบว่า 1-2 ปีที่ผ่านมามีรายการวิ่งการกุศล วิ่งมินิมาราธอน หลายรายการมาก บางรายการก็จัดเป็นธีมน่าสนุก เช่น วิ่งกลางคืน วิ่งเลอะสี วิ่งหนีผี เป็นต้น นั่นทำให้ชุดและอุปกรณ์กีฬาเป็นสินค้าที่มีอนาคตอย่างมาก ซึ่งรวมไปถึง Gadget ที่ใส่ระหว่างออกกำลังกายด้วย

ยังไม่พอเท่านี้ครับ บางคนมองว่าการกินและการออกกำลังกายก็ยังไม่เพียงพอ ต้องมีตัวช่วยที่เห็นผลลัพธ์เร็วกว่านั้น นั่นจึงทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ครีมบำรุง เพื่อ ‘สร้างความมั่นใจ’ กลายเป็นสินค้าขายดีที่อยู่ในเทรนด์ Health and Wellness ด้วย งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า คนสมัยนี้กลัวแก่ ส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองอายุน้อยกว่าอายุจริงๆ และทุกคนจะมีความสุขหากได้รับคำชมว่า ดูอ่อนวัย

ในสังคมผู้สูงวัย ผู้ประกอบการมีโอกาสมากมายที่จะเลือกได้ว่า ทำอย่างไรให้ทุกคนมีความสุข ผ่าน ‘การรักษา’ ‘การป้องกัน’ หรือ ‘สร้างความมั่นใจ’

ภาพจาก http://abcnews.go.com/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s