Dog_Safety

น้องตูบก็สำคัญนะ

…รสเนื้ออบ
…รสไก่
…รสตับย่าง
…รสเนื้อวัวและผัก
…รสเป็ดและมันฝรั่ง
…สปิแนช สติ๊ก(ผักโขม)
ฟังดูน่ากินทั้งนั้น รับสักเมนูไหมครับ ซึ่งแต่ละเมนูมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน อาทิ สร้างความแข็งแรง บำรุงอวัยวะภายใน หรือบำรุงขนให้สวยเงางาม เอ๊ะยังไงมีบำรุงขนด้วยหรือ ฟังไม่ผิดหรอกครับ เพราะนี่คืออาหารสุนัข

การที่บริษัทผลิตอาหารสุนัขทำเมนูย่อยขนาดนี้ สะท้อนว่าต้องมีจำนวนลูกค้าอยู่ไม่น้อย ผมลองไปค้นข้อมูลดู เห็นตัวเลขแล้วน่าตกใจครับ สัตว์เลี้ยงที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นมิตรกับมนุษย์และซื่อสัตย์กับเจ้าของเป็นที่สุด มีจำนวนกว่า 525 ล้านตัวทั่วโลก โดยประเทศที่มีมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา มีกว่า 63 ล้านตัว พอๆกับจำนวนประชากรของไทยเลยครับ รองลงมาได้แก่ บราซิล จีน เม็กซิโก และญี่ปุ่น ส่วนไทยนั้นก็มีไม่ใช่น้อย มีราวๆ 7.5 ล้านตัว อยู่ในอันดับ 9 ของโลก นี่เป็นสถิติที่รวบรวมโดย WSPA เมื่อปี 2011 ซึ่งปัจจุบันตัวเลขอาจมีเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ในเมืองไทยจำนวนสุนัขที่มากขนาดนี้หากเทียบกับจำนวนครัวเรือนที่มีอยู่ประมาณ 20 ล้านหลังคาเรือน นั่นแปลว่า ทุกๆบ้านสามหลัง จะมีหนึ่งหลังที่เลี้ยงสุนัข

สาเหตุที่หลายคนชอบเลี้ยงสุนัข เพราะเจ้าตูบเป็นสัตว์เลี้ยงสารพัดประโยชน์ บางคนเลี้ยงเป็นเพื่อนไว้แก้เหงา บางคนเลี้ยงราวกับเป็นลูกอีกคน ส่วนบางครอบครัวเลี้ยงไว้เป็นหน่วยป้องกันภัย เนื่องจากมีความสามารถในการรับรู้กลิ่นที่มีมากกว่ามนุษย์หลายเท่า ทำให้ช่วยส่งเสียงเตือนเจ้าของบ้านได้ทันท่วงที และอาจทำงานได้ดีกว่าสัญญาณกันขโมยเสียอีก

เมื่อสุนัขเลี้ยงมีจำนวนเยอะ จึงเกิด ‘ตลาด’ ขึ้นมา ซึ่งในเรื่องอาหารก็ไม่ได้มีแค่ ‘ตลาดอาหารกินอิ่ม’ แต่ ‘ตลาดอาหารกินเล่น’ ก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะขนมขบเคี้ยวมีความสำคัญต่อสุขภาพสุนัขไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ในหมู่คนรักสุนัขจะรู้ว่าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือวันขนมสุนัข หรือ National Dog Biscuit Day ซึ่งธรรมเนียมดังกล่าวเริ่มต้นจาก James Spratt เจ้าของโรงงานชาวอเมริกาได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่อังกฤษ ได้เห็นสุนัขจรจัดหิวโซพยายามกัดดึงบิสกิตแข็งๆ เขาจึงเกิดไอเดียในการทำขนมบิสกิตสำหรับสุนัข ซึ่งในตอนแรกเรียกว่า ขนมเค้กสำหรับสุนัข (Meat fibrin dok cakes) โดยมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ ธัญพืชและผัก และได้กำหนดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันขนมสุนัขนั่นเอง จากนั้นบิสกิตสำหรับสุนัขก็มีการพัฒนามาเรื่อย จนเดี๋ยวนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะขนมสุนัขมักจะถูกนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการฝึกทักษะโดยมอบให้เป็นรางวัลเมื่อปฏิบัติได้ตามคำสั่ง ช่วยขัดฟันทำให้ฟันขาวลดปัญหาสุขภาพในช่องปาก ช่วยคุมน้ำหนักตัวป้องกันโรคอ้วนในสุนัข

นอกจากอาหารสุนัขแล้ว สินค้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ เสื้อผ้า ที่นอน กรง(บ้านสุนัข) เชือก ปลอกคอ ของเล่น แชมพู ยา เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีอีกสินค้าที่คาดไม่ถึงนั่นคือ รถยนต์ครับ ซึ่งในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ก็มีคนเห็นโอกาสนี้เหมือนกัน นั่นคือซูบารุ เพราะจากการวิจัยตลาดพบว่าลูกค้ากว่า 80% ที่ขับซูบารุต่างก็มีสัตว์เลี้ยง ตัวเลขนี้สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนในสหรัฐที่มีราว 124 ล้านครัวเรือนในขณะที่จำนวนสุนัขทั้งประเทศมีราว 63 ล้านตัว คำนวณแบบหยาบๆสรุปได้ว่า คนอเมริกาเลี้ยงสุนัข 50% เมื่อตัวเลขสูงกว่าค่าเฉลี่ยนั่นแปลว่า แบรนด์ต้องมีอะไรโดนใจลูกค้าเป็นพิเศษ ซูบารุจึงออกแคมเปญ “ตูบทดสอบแล้ว ตูบรับประกันความปลอดภัย” (Dog tested, Dog approved) ซึ่งไม่ไช่แค่เอาสุนัขมาเข้าฉากโฆษณา แต่บริษัทได้ร่วมมือกับ Center for Per Safety ออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์พร้อมทำการทดสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเวลาสุนัขต้องนั่งรถไปกับเจ้าของแล้วต้องปลอดภัยมากที่สุดทั้งตัวสุนัขเองและตัวคนขับ พร้อมกันนั้นก็เปิดพื้นที่ออนไลน์ pets.subaru.com ใช้เล่าเรื่องการเดินทางพร้อมสุนัข พร้อมๆกับให้ลูกค้าได้เข้ามาโพสภาพสัตว์เลี้ยงตัวโปรด กลายเป็นจุดขายใหม่ของแบรนด์ และน่าจะถูกใจลูกค้าที่ชอบสัตว์เลี้ยงไม่น้อย
…แนวโน้มของสังคมผู้สูงวัย อาจใช้สัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงา
…แนวโน้มของคนโสด ก็อาจมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนเช่นกัน
โอกาสทางธุรกิจ คือทำให้ทุกชีวิตมีความสุข

ภาพจาก http://www.quickanddirtytips.com/dog-trainer

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s