คลังเก็บหมวดหมู่: Entrepreneurs

วิกฤตกับธุรกิจ

วิกฤตเป็นของคู่กับธุรกิจ
เป็นตัวทดสอบความสามารถของผู้บริหาร

การนำพาองค์กรฝ่าวิกฤตไปได้ นอกจากองค์กรจะอยู่รอด พนักงานจะยิ่งเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำ
วิกฤตทุกครั้ง เราจึงเห็นภาวะผู้นำที่ชัดเจนกว่าภาวะปกติ
จะเรียกว่า สงครามสร้างวีรบุรุษ ก็ได้

เมื่อปี 1929 ทั่วโลกประสบปัญหาทางการเงิน ประเทศร่ำรวยอย่างญี่ปุ่นก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย
ในตอนนั้น Konisuke Matsushita เพิ่งก่อตั้งบริษัท Matsushita Electric Industrial ได้ 10 ปี (ปัจจุบันคือ Panasonic)

วิกฤตในครั้งนั้นทำให้หลายบริษัทต้องเลิกจ้างงาน ผู้คนก็ตกงานจำนวนมาก
แต่สิ่งที่ Konisuke Matsushita เลือกคือ รักษาพนักงานทุกคนไว้ ไม่มีการเลิกจ้าง แถมยังจ่ายเงินเดือนเท่าเดิม โดยมีข้อแม้คือให้ทำงานที่โรงงานเพียงครึ่งวัน ส่วนอีกครึ่งวันรวมทั้งวันเสาร์เขาให้พนักงานช่วยกันนำสินค้าในสต็อกไปขาย
ของที่ขายเป็นสินค้าคุณภาพดีและเมื่อพนักงานไปขายโดยตรงก็ยิ่งขายราคาถูกได้กว่าผ่านตัวแทน

นโยบายของ Konisuke Matsushita เป็นการสร้างกำลังใจให้พนักงาน
เมื่อไม่มีความกังวล กลัวตกงานเหมือนเพื่อนที่อยู่โรงงานอื่น ก็มีสมาธิมุ่งมั่นกับงานตั้งหน้าได้เต็มที่

ทำให้ขายสินค้าได้หมดสต็อกภายใน 2 เดือน และบริษัทของเขาก็เริ่มกลับมาผลิตตามปกติได้ในเวลาไม่นาน แถมยังมีออเดอร์เข้ามาจำนวนมากจนผลิตไม่ทัน

ขณะที่บางบริษัทเลือกวิธีเลิกจ้าง ต้องประสบกับปัญหาขาดทุนต้องปิดกิจการ
.

ในสถานการณ์ปกติ สินค้าและบริการคือตัวตัดสินว่าธุรกิจไหนเจ๋ง
แต่ในวิกฤต พนักงานคือ ปัจจัยที่จะพาองค์กรให้รอด

อ้างอิง: หนังสือ Japan Success แปลโดย พิชชารัศมิ์ Marumura

เพราะสุขจึงสำเร็จ

ความสุขกับความสำเร็จ อะไรมาก่อนกัน
แวบแรกผมก็ตอบว่าเป็น ความสำเร็จ
คิดแบบนี้เชียร์กีฬา เมื่อทีมชนะ เราจะมีความสุข

คุยกับเพื่อนๆก็ได้คำตอบในทางเดียวกัน
ยิ่งถ้าถามคนรุ่นก่อน ชาว Gen Baby Boom จะได้คำตอบชัดเจนมาก

“ลื้อต้องมีความอดทน มันจึงจะสำเร็จ
แล้วพอลื้อประสบความสำเร็จ ลื้อจึงจะมีความสุข”

สูตรความสุข จึงกลายเป็น
ความทุกข์(ในวันนี้) ทำให้สุข(ในวันข้างหน้า)

หากเทียบความสุขกับความสำเร็จ
เป็นโลกกับพระจันทร์ ที่มีแรงดึงดูดระหว่างกัน
คน Gen Baby Boom เชื่อว่า
โลกคือความสำเร็จ
และพระจันทร์คือความสุข (ที่โคจรรอบโลก)

แต่การวิจัยของ Shawn Achor ที่ใช้เวลาเก็บข้อมูลกว่า 12 ปี กลับเฉลยความจริงที่แตกต่างออกไป
เขาพบว่า แท้จริงแล้ว
โลกคือความสุข
พระจันทร์คือความสำเร็จ

คนที่มีความสุข จะทำให้งานประสบความสำเร็จได้ดีกว่า คนไม่มีความสุข
นั่นเพราะคนที่มีความสุข จะมีมุมมองต่อปัญหา ที่ต่างจากคนมีความทุกข์

เมื่อเจอปัญหา คนมีความสุข ระบบสมองส่วนอะมิกดาลา จะสั่งการแตกกต่างจากคนที่เป็นทุกข์
อีกทั้งคนมีความสุขจะมีความคิดสร้างสรรค์ดีกว่าด้วย

ถึงตรงนี้ทำให้ผมฉุกคิด
มิน่า! บางวันที่ไม่เครียดมาก ไม่ยุ่งมาก หรือได้ไปนั่งทำงานในร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ สมองลื่นไหลคิดงานออก
แต่ช่วงระดมสมองในห้องประชุม กลับตื้อๆ คิดงานไม่ออก

สอดคล้องกับผลวิจัยของ Gallup พบว่า บริษัทที่พนักงานมีความผูกพันสูง จะมีผลประกอบการที่ดีกว่าบริษัทที่พนักงานมีความผูกพันต่ำ

การบริหารงานให้พนักงานมีความสุขจึงเป็นเทรนด์การบริหารบุคคลยุคใหม่ ที่ธุรกิจต้องเผชิญปัญหาหลายด้าน
บริษัทที่พนักงานมีทัศนคติเชิงบวก จะช่วยองค์กรฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

หลักการง่ายๆหากบริษัทให้ความสำคัญกับความสุขพนักงาน พนักงานก็จะคิดสร้างสรรค์งานใหม่
อยู่ในบริษัทก็ไม่ใช้คำพูดเชิงลบ บรรยากาศการทำงานก็จะดี
แค่ไม่มัวแต่นินทาบริษัทก็ประหยัดเวลาได้เยอะเลยครับ

อ้างอิงข้อมูล : หนังสือ The Happiness Advantage, Shawn Achor.

คนข้างล่าง มักพูดความจริง

สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากดราม่า ‘พิมรี่พาย’ และอีกหลายๆดราม่าในลักษณะเดียวกัน
ซึ่งมักจบลงด้วย ‘ไม่มีใครผิด เป็นความเข้าใจผิด เข้าใจคลาดเคลื่อน สื่อสารผิดพลาด’
เป็นสรุปที่คุ้นๆ และคาดเดากันได้

องค์กรก็เหมือนสิ่งมีชีวิต
เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาจมีเชื้อโรคร้ายอาศัยอยู่
ภายนอกดูแข็งแรง กล้ามใหญ่ หุ่นเฟิร์ม แต่ภายในอาจมีเชื้อร้ายแฝงกายอยู่
(บางครั้งภายนอกที่ดูขี้โรค อาจรักษาได้ง่ายกว่า)
องค์กรจะต้องมีระบบแจ้งเตือนสุขภาพ

องค์กรที่สุขภาพดีจะเปิดโอกาสให้คนภายใน ได้บอกเล่า ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้น
ให้คนระดับบนๆได้รับรู้
รู้ข้อเท็จจริง จะได้ตัดสินใจถูก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนระดับบนต้องเปิดใจรับฟัง

ส่วนหนึ่งที่คนระดับล่าง และกลาง ไม่กล้าความจริง ก็เพราะคนข้างบนนี่แหละ
อยากฟังแต่เรื่องดีๆ หงุดหงิดถ้าเอาปัญหามาบอก
สุดท้ายปัญหาก็สะสม จนเกินเยียวยา

แต่บางองค์กร คนระดับบนก็ใจกว้างพอ
โดยเฉพาะเจ้าของกิจการตัวจริง เขาไม่อยากให้กิจการตัวเองเจ๊งหรอก
ดังนั้น เขาจะอยากฟังทั้งเรื่องดีและปัญหา

แต่ความยากคือ
ใครจะกล้าเล่าปัญหา
โดยเฉพาะคนระดับกลาง เพราะการบอกปัญหา คือการบอกว่า ตัวเองทำงานไม่ได้เรื่อง
จะเห็นว่า ปัญหาที่ถูกเปิดโปง จะเป็นหน่วยงานรัฐ หรือเอกชน มักมาจากพนักงานระดับล่าง

ดังนั้น ถ้าองค์กรไหนอยากสุขภาพดี ต้องหาทาง ฟังเสียงคนที่อยู่ล่างๆ
บางองค์กรรู้ว่า คนไทยไม่กล้าพูดความจริง โดยเฉพาะผู้บริหารระดับกลาง
มักหมกเม็ดไม่พูดความจริงทั้งหมด ส่วนหนึ่งกลัวความผิด ส่วนหนึ่งอยากสร้างผลงานให้ดูดี

จึงใช้วิธีส่งสายลับ ไปปะปนเป็นพนักงานในหน่วยงานต่างๆ
สายลับนี้ จะถูกเชิญมาคุยกับผู้บริหารระดับสูงเป็นระยะๆ
สายลับนี้ จะมีอายุไม่เยอะเท่าผู้บริหาร แต่อายุจะน้อยใกล้เคียงกับพนักงานทั่วๆไป

บริหารธุรกิจด้วยความรัก

การบริการธุรกิจก็เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน
ด้านหนึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ดี
ด้านหนึ่งเป็นการลงมือทำ

เรามักกำหนด Work process กฏ กติกา มากมาย เพื่อให้พนักงานผลิตงานได้มีประสิทธิภาพ
แต่มีผู้บริหารคนหนึ่งที่มองว่า ประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากการ บอกให้ทำ
แต่เกิดจากการรู้ตัว ว่าต้องทำ เป็นสำนึกที่มาพร้อมหน้าที่

“คุณต้องรักผู้คนที่ทำงานด้วย มันเป็นหน้าที่ คุณต้องคอยอยู่ใกล้ๆพวกเขา อยู่กับสิ่งที่พวกเขาห่วงใย ทั้งเรื่องบ้านและครอบครัว ไม่ใช่เฉพาะเรื่องงาน แล้วพวกเขาก็จะให้ทุกอย่างที่มีเช่นกัน”
นี่เป็นคำพูดของอามันซิโอ ออร์เตกา ผู้ก่อตั้ง ZARA แบรนด์เสื้อผ้าระดับโลก สะท้อนวิธีคิดในการบริหารธุรกิจของเขาอย่างชัดเจน

การจะให้พนักงานทำงานด้วยความทุ่มเทไม่ได้เกิดจากการออกคำสั่ง เพราะกฎระเบียบต่างๆช่วยได้แค่สิ่งที่ ‘ต้องทำหรือห้ามทำ’ ไม่ได้เกิดจาก ‘ใจ’
อยากให้พนักงานทุ่มเทเอาใส่ใจงาน ต้องขอร้องด้วยความรักและความเอาใจใส่เช่นกัน

คำพูดแบบนี้ไม่ใช่แค่บทสัมภาษณ์เท่ห์ๆ
เพราะถ้าพูดเอาเท่ห์ แล้วไม่ทำจริง พนักงานก็ไม่เชื่อ ผลลัพธ์ก็ไม่เกิด

ดังนั้น อามันซิโอ ออร์เตกา ไม่ได้มีห้องทำงานใหญ่ๆเหมือนผู้บริหารทั่วไป แต่เขาชอบย้ายที่ทำงานไปเรื่อยๆภายในตึก เพื่อตามให้ทันสิ่งที่กำลังขึ้น เป็นวิธีที่ช่วยให้สังเกตเห็นว่าพนักงานพัฒนาขึ้นไปแค่ไหน อามันซิโอ ออร์เตกา ไม่เคยละสายตาจากทุกรายละเอียด เมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามาพวกเขาก็จะเข้าใจได้ทันทีว่าต้องทำอะไร

“คุณดูแลพวกเรา แล้วพวกเราจะดูแลบริษัท” เป็นคำพูดของพนักงานในวันประชุมบริษัท ยิ่งเพิ่มความชัดเจนว่า ความรักและเอาใจใส่ จะทำให้เกิดความทุ่มเทในการทำงาน

เอาอะไรมาสร้างความแตกต่าง

“น้องๆสั่งอาหารด้วยครับ”
“พี่เอาข้าวกะเพราหมูตุ๋น สปาร์เก็ตตี้ผัดขี้เหมา แฮมชีสทรงเครื่อง”
“เดี๋ยวๆๆอย่าเพิ่งไป ยังสั่งไม่หมด แล้วก็เอาแกงเลียงด้วยหนึ่งที่”
“อ้าว ไม่จดรึ จะจำได้มั๊ยเนี่ย”
เจอผมทักแบบนี้ เด็กเสิร์ฟยื่นกระดาษกับดินสอแล้วบอกว่า “พี่จดเลยคะ” พร้อมทำท่าจะรีบไปบริการโต๊ะอื่น
ผมจึงเปลี่ยน “งั้น ทวนสิ ว่าพี่สั่งอะไรไปบ้าง”
พนักงานคนนี้จำได้หมดจำได้แม่น แต่ฟังจากสำเนียง ก็รู้ทันทีว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน
แรงงานกลุ่มนี้จะมีทักษะการจำดีมากครับ เพื่อชดเชยกับทักษะการเขียนที่พวกเขาไม่สามารถเรียนรู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ
จดไม่ได้ ก็ใช้วิธีจำแทน

หากเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนน ผมก็ไม่แปลกใจอะไรเพราะเจอบ่อยๆ แต่นี่เป็นร้านอาหารใน Terminal 21 ห้างใหญ่ใจกลางกรุงเทพ
ไม่น่าเชื่อว่า แรงงานกลุ่มนี้ จะอัพเกรดได้เร็วขนาดนี้
หรือว่า แรงงานไทย หายากจริงๆ

แรงงาน จึงเป็นตัวกำหนดหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจทำธุรกิจแฟรนไชส์
เพราะแฟรนไชส์ มีการใช้พนักงาน หลายระดับแตกต่างกัน
…แตกต่างทั้งในด้านจำนวน
…แตกต่างทั้งในด้านทักษะ

จำนวน จะขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ หากเป็นร้านขนาดใหญ่ ก็ต้องพึ่งทีมงานร่วมสิบคน และหากเปิดทั้งวันทั้งคืน ก็ต้องมีทีมงานแยกตามผลัด
แต่ถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก เจ้าของตังค์ลงมือทำเอง ก็อาจเพียงหาลูกมือมาช่วย อีกสักคนสองคน
นั่นแปลว่า จะมีพนักงานตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป

ทักษะ จะขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ
…บางธุรกิจขายสินค้าที่จับต้องได้
…บางธุรกิจขายสินค้าที่มองไม่เห็น

สินค้าที่จับต้องได้ ก็มีความยากง่ายไม่เหมือนกัน
การอบรมพนักงานให้ชงเอสเปรสโซ่ได้อร่อย กลมกล่อม ย่อมใช้เวลานานกว่าการสอนอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ
การลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้นุ่มพอดี ก็ยากกว่าการขายน้ำจากตู้กด
ส่วนการทำเครป ต้องฝึกนานกว่า การปิ้งลูกชิ้น แน่นอน

แต่เมื่อร้านค้ามีเยอะ การแข่งขันสูงขึ้น แต่ละร้านก็พยายามยกระดับ จาก ‘สินค้าที่จับต้องได้’ ให้เป็น ‘สินค้าที่จับต้องได้แตกต่างจากร้านอื่น’ นั่นแปลว่าต้องเติมความแตกต่างลงไป
…เติมลงในสินค้า เป็นหน้าที่ของเจ้าของแฟรนไชส์ ที่จะต้องหาสินค้าใหม่ โดนใจตลาด
…เติมผ่านพนักงาน ตรงนี้เป็นงานของผู้ซื้อแฟรนไชส์ครับ บริการดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

ในขณะที่สินค้าที่มองไม่เห็น จะยากไปอีกขั้น
การหาพนักงาน มาทำหน้าที่สอนหนังสือเด็กๆ ก็ต้องหาคนที่รักเด็ก และมีความอดทนสูง
คนสอนยิมนาสติก ก็ต้องมีพื้นฐานเฉพาะด้าน
คนสอนงานศิลปะ ก็ต้องมีความสามารถเฉพาะตัว
คนนวดน้ำมันในสปา ก็ต้องมีลีลาเฉพาะ
เออ! ลีลา นี่ผมหมายถึง ทักษะการสื่อสารกับลูกค้าครับ อย่าเพิ่งคิดเป็นอย่างอื่น
ต้องมีทักษะสื่อสาร ทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลในขณะใช้บริการ และที่สำคัญต้องทำให้ลูกค้าติดใจ อยากกลับมาใช้บริการอีก
.
ภาพจาก Pexels.com
.
clookclick.com
มองเทรนด์เห็นโอกาส
clookclick #มองเทรนด์เห็นโอกาส #service #servicedesign #retail #signature