คลังเก็บหมวดหมู่: etc

อื่นๆอีกมากมาย

แผนที่โลกในอีกมุมมอง

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมแผนที่โลกจึงเป็น “ขนาดของพื้นที่” เพียงอย่างเดียว
ทำไมไม่มีมิติอื่น?

ผมเข้าใจว่า ผู้ที่วาดแผนที่ในยุคแรกๆ นอกจากจะมีจุดประสงค์ ‘เพื่อไม่ให้หลงทาง’ แล้วอีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ เพื่อแบ่งเขตแดนให้ชัดเจน ว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นของใคร อ่านเพิ่มเติม แผนที่โลกในอีกมุมมอง

ขอปรบมือให้

และแล้วความฝันในวัยเด็กของผม ก็เป็นจริงขึ้นมาในช่วงน้ำท่วมใหญ่ เพราะจู่ๆก็ได้ขึ้นไปนั่งบนรถการไฟฟ้าฯ
รถคันใหญ่ๆ สีส้มๆ นั่นแหละครับ

รถคันใหญ่ มีเครื่องมือมากมาย
…เสียมยักษ์
…แขนยักษ์
…มนุษย์ไฟฟ้า
อ่านเพิ่มเติม ขอปรบมือให้

สองทางเลือก

การเอาชนะคู่แข่ง มีสองทางเลือกครับ
ทางเลือกแรก พุ่งเป้าไปที่จุดอ่อน แล้วใช้ความสามารถที่เรามี โจมตีตรงจุดนั้น
ทางเลือกที่สอง พุ่งเป้าไปที่จุดแข็ง แล้วฝึกปรือวิทยายุทธ์ให้เหนือกว่า เก่งกว่า

…แนวทางแรก เราสามารถเอาชนะได้ง่าย เอาชนะได้แน่ๆ แต่ไม่ยั่งยืน
…แนวทางที่สอง เราต้องใช้เวลา ต้องใช้ความอดทน กว่าจะเอาชนะได้ แต่รับรองว่าคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน เพราะจะยั้งยืนยงมากกว่า

ภาษาชาวบ้าน เรียกแบบแรกว่า “จ้องทำลาย”
เรียกแบบที่สองว่า “เกย์ทับ” เอ้ย! “เกทับ”

ใช้ข้อมูลแบบชูวิทย์

และแล้วการเลือกตั้งครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งของคนไทย ก็ผ่านไปด้วยดี
ผลการเลือกตั้ง ก็เป็นที่รู้กันแล้ว มีผิดหวัง สมหวัง ไปตามความหวังที่ตั้งไว้
แต่ที่อยากจะเขียนถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องของความหวัง แต่เป็นเรื่องกลยุทธ์การส่งผู้สมัคร
ผมอั้นเรื่องนี้ไว้ตั้งนาน กลัวจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงต้องมาเขียนในวันที่เลือกตั้งเสร็จแล้ว

หลังเปิดตัวผู้สมัคร จับสลากได้เบอร์ประจำพรรค ผมก็ติดตามอยู่ 2 พรรคครับ
เดาเล่นๆไหมครับ ว่าคือพรรคใด?
ไม่ใช่พรรคที่เป็นฝ่ายค้าน และก็ไม่ใช่พรรคที่เป็นรัฐบาล
สองพรรคนี้คือ รักประเทศไทย และรักษ์สันติ

ทำไมผมจับตามอง 2 พรรคนี้
1. เป็นพรรคก่อตั้งใหม่ทั้งคู่
2. เทียบระดับความดังของหัวหน้าพรรคแล้ว เป็นรู้จักกันทั่วประเทศ
3. หัวหน้าพรรคเคยเล่นการเมืองมาก่อน
4. ชื่อพรรค
5. กลยุทธ์การส่งตัวผู้สมัคร

ไม่น่าเชื่อนะครับว่า สองพรรคนี้ จะมีอะไรๆเหมือนกันอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่…ในความเหมือนหลายๆเรื่องนั้น มีจุดต่างที่ชัดเจนคือ การส่งตัวผู้สมัคร

รักษ์สันติ ส่งผู้สมัครทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ แม้ไม่ได้จัดเต็มเหมือนพรรคใหญ่ แต่ก็ถือว่า ส่งครบทั้งสองแบบ
ต่างจาก รักประเทศไทย ที่ส่งผู้สมัครเฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

เป็นพรรคเดียวที่คิดต่างทำต่าง สวนทางกับนักการเมืองทั่วไปที่คิดว่า ต้องมีสส.เขตเป็นฐานคะแนนเสียง

“ทำไมเฮียชูวิทย์ ถึงส่งปาร์ตี้ลิสต์อย่างเดียว?”
ก. เฮียแกชอบทำอะไรแผลงๆ ไม่ชอบทำเหมือนคนอื่น จะได้เป็นจุดเด่น
ข. เฮียแกชอบปาร์ตี้ ก็เลยส่งเฉพาะ Party list
ค. เฮียแกหาคนลง สส.เขต ไม่ได้
ง. เฮียแกอยากโชว์ออฟ รูปแกคนเดียว
ฯลฯ

เหตุผลข้างต้นเหมือนจะใช่ แต่ก็ยังไม่ถูกต้อง
จากประสบการณ์ที่เฮียชูวิทย์เคยลงสมัคร สส. เมื่อครั้งอยู่กับพรรคอื่น เฮียแกสังเกตเห็นว่า
‘เขตเลือกตั้งที่พรรคส่ง สส. ทั้ง 2 แบบ จะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในเขตนั้น น้อยกว่า เขตที่ไม่ส่ง สส.เขต’
แปลกไหมครับ?
ปกติเราคิดว่า ถ้าคนเลือก สส. เขตของพรรคใด ก็น่าเลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคนั้น
แต่ไม่เป็นอย่างนั้น

ครับ! เฮียชูวิทย์แกดูข้อมูลเก่า
อ่านนิสัยคนไทย จากข้อมูลในอดีต ก็สรุปได้ว่า
“การขอแบ่ง ทำได้ง่ายกว่า ขอทั้งหมด”
เพราะแต่ละคน จะมีคนที่รัก พรรคที่ชอบอยู่แล้ว อย่างน้อยๆ สส.หน้าเดิมในพื้นที่ ก็มาฉีดยุง ไล่แมลง แจกของตอนน้ำท่วน คนเหล่านีชาวบ้านเขาเลือกอยู่แล้ว!
ดังนั้นถ้าส่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แล้วให้เขาเลือกคนที่ชอบ แต่ขอแบ่ง 1 คะแนน เอาไว้ตรวจสอบ เอาไว้ถ่วงดุล จะเป็นไปได้มากกว่า

และดูเหมือนคุณชูวิทย์ จะอ่านใจคนไทยถูก เพราะกลยุทธ์นี้ ทำให้พรรคได้ สส. เข้าสภา ถึง 4 คน
แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะเลียนแบบเฮียแกได้ง่ายๆ
เพราะคนที่ทำแบบนี้ได้ ต้องดังระดับประเทศ นี่ถ้าคุณปุระชัย ใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้ และประกาศเข้าไปจัดระเบียบสายเดี่ยว-เที่ยวดึก-คึกไม่หยุด รับรองไม่เดินเข้าสภาคนเดียวแบบนี้

นี่เป็นตัวอย่างการเอาข้อมูลมาใช้
ใครสอบตกครั้งนี้ ไม่ต้องผิดหวัง เลียนแบบเฮียแกได้ เก็บบทเรียนปี 54 นี้ไว้ แล้วไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็แล้วกันครับ

นาฺฬิกาและกาแฟ

ปกติร่างกายของเรา จะมีระบบอัตโนมัติหลายอย่างที่ทำงานได้เอง โดยไม่ต้องรอให้รัฐบาล เอ้ย! สมอง สั่งการ
หนึ่งในนั้นคือการตื่นนอนครับ
หากเราตื่นนอนทุกวันตอนหกโมงเช้า นานๆเข้าร่างกายก็จะปรับสภาพ พอถึงเวลาเราก็จะตื่นได้เอง
อาการแบบนี้ เรียกว่าเป็น Body Clock

ระบบอัตโนมัติภายใน สั่งการให้ร่างกายตื่น แต่ใจยังไม่ยอมตื่น
จึงต้องพึ่งนาฬิกาปลุก
บางคนก็ ‘กริ๊งๆๆๆๆ’ ครั้งเดียว
บางคนก็ ‘กริ๊งๆๆๆ’ หลายครั้ง ใช้นาฬิกาหลายเรือน วางในหลายตำแหน่งของห้อง เป็นฉุดกระชากลากดึงให้ลุกจากที่นอน

เสียงนาฬิกาปลุก ช่วยให้เราตื่นมาทำภารกิจประจำวัน
แต่ตัวช่วยที่ทำให้หลายคน ‘ตื่นได้จริงๆ’ คือ กาแฟครับ

ส่วนหนึ่งเพราะในกาแฟมีคาเฟอีน
แต่อีกส่วนหนึ่งเพราะในกาแฟมีสารสร้างสุข
ความสุขที่เกิดจากรสชาติ
…คาปูชิโน ลาเต้ มอคค่า อเมริกาโน เอสเพรสโซ

ความสุขที่เกิดจากความเคยชิน
…ร้านกาแฟข้างบ้าน ร้านกาแฟใกล้ที่ทำงาน ร้านกาแฟ

ความสุขที่เกิดจากความแปลกใหม่
…ต้องไปพบลูกค้า ต้องออกตรวจไซต์งาน เลยได้ลองร้านใหม่

เหมือนกับว่า
หลังจากต้อง ฟัง ‘เสียง’ ปลุกที่น่ารำคาญของนาฬิกาแล้ว
ขอดม ‘กลิ่น’ และจิบ ‘รสชาติ’ ก่อนเริ่มภารกิจประจำวัน
เป็นการออกแบบความสุข ในรูปแบบที่เรากำหนดเองได้

สร้างความบังเอิญ

ชีวิตที่ขาดความบังเอิญ แม้จะประสบความสำเร็จ ก็ดูเหมือนขาดอะไรบางอย่าง
คล้ายกับเวลาที่เราหิวสุดๆ แล้วได้ทานอาหาร ที่ทำให้เรา ‘อิ่ม’ แต่ไม่อร่อย

ดังนั้น เราต้องหมั่นสร้างความบังเอิญครับ

“เอ๊ะ! ความบังเอิญสร้างได้ด้วยหรือ?”

ความบังเอิญสร้างไม่ได้โดยตรงหรอก แต่เราสร้างมันขึ้นมาทางอ้อม นั่นคือ สร้างโอกาสให้เกิดความบังเอิญครับ

โอากสมาจากที่เราได้ลงมือทำด้วยตนเอง

โอกาสมาจากที่เราได้ออกเดินทาง พบปะผู้คน พบปะสิ่งใหม่ๆ

โอกาสมาจากที่เราได้เปิดใจ

โอกาสมาจากที่เราไม่ยึดติดความสำเร็จในอดีต ไม่ยึดติดวิธีการเดิมๆ

ลองดูนะครับ รับรอง ‘ความบังเอิญ’ จะขยับเข้ามาใกล้เราเรื่อยๆ

เด็กชายปฏิกรณ์

แม้ไม่ใช่คอการ์ตูนชนิดแฟนพันธุ์แท้ แต่ผมก็ชอบอ่านการ์ตูนอยู่ไม่น้อย
ทั้งการ์ตูนจริงๆ อย่างเช่น โดเรมอน อาราเล่ นินจาฮาโตริ กัปตันซึบาสะ …
และการ์ตูนแฝง

การ์ตูนแฝง คือ การ์ตูนที่นำเอาเนื้อหาวิชาการหนักๆ มาดัดแปลงเนื้อหา แล้วนำเสนอในแบบการ์ตูนครับ
ด้วยเพราะ การ์ตูน ทำให้สมองเปิดรับได้ง่ายกว่าเนื้อหาแบบวิชาการล้วนๆ
เออ.. ผมหมายถึง สมองของคนทั่วๆไปนะครับ ไม่ใช่ของบรรดาด็อกเตอร์หรือโปรเฟสเซอร์ในรั้วมหาวิทยาลัย

ดังนั้น ถ้าเอาเนื้อหาเข้มๆ มานำเสนอในรูปแบบการ์ตูน ก็จะช่วยให้น่าสนใจ น่าติดตาม และเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม

แม้(เกือบ)ทุกชาติ จะมีการ์ตูนในเวอร์ชั่นของตนเอง แต่ถ้าบอกว่าประเทศใด ใช้การ์ตูนเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดมากที่สุด ก็ต้องยกให้ญี่ปุ่นครับ
จะบอกว่า ใช้การ์ตูนสร้างชาติ ก็คงไม่ผิดนัก
คนที่ทำงานกับชาวญี่ปุ่นคงจะรู้ซึ้งเป็นอย่างดี ทั้งเอกสารขั้นตอนการทำงานในโรงงาน ใบแปะหรือฉลากต่างๆ และเมื่อหลายเดือนก่อน ผมเคยเขียนถึงหนังสือซีรี่ย์ Project X ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของบริษัทที่ทำธุรกิจประสบความสำเร็จในเวอร์ชั่นการ์ตูน

การ์ตูน กลายเป็น หนึ่งในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่ทำให้การบอกเล่าเรื่องราว เข้าใจได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ลดความผิดพลาดได้ด้วย
ไม้เว้นแม้กระทั่งในช่วงที่บ้านเมืองประสบปัญหาภัยพิบัติ ชาวญี่ปุ่นเองและนานาชาติต่างเป็นกังวลกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ในความกังวลนี้ มีการสันนิษฐานไปต่างๆนานา ว่าจะเกิดผลร้าย

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในยามเกิดภัยพิบัติ คือ ข่าวลือ และการคาดการณ์ที่เกินจริง
การสื่อสารที่ชัดเจน ให้คนเข้าใจตรงกันในสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องยากมาก แต่ญี่ปุ่นก็ทำได้(อีกแล้ว) โดยใช้การ์ตูนเป็นสื่อ
ในชื่อชุด “เด็กชายปฏิกรณ์”

เห็นแบบนี้แล้ว รัฐบาลบางประเทศอาจคิด อยากตั้งกระทรวงการ์ตูนขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาปาล์มน้ำมัน (อ้าว กระทบคนอื่นอีกแล้ว)
แต่หามิใช่ครับ! หัวใจไม่ใช่อยู่ที่การวาด แต่อยู่ที่ “การบอกความจริง” และ “คิดข้อความที่จะนำเสนอ” ต่างหาก

ขอขอบคุณ fuyunokisetsu และผู้เกี่ยวข้อง ที่ผลิตและเผยแพร่คลิปชุดนี้ ที่ช่วยทำให้โลกรู้จักคำว่า “ง่าย”
ขอเอาใจช่วยชาวญี่ปุ่นและผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสึนามิ ให้สู้ต่อไป!!!