คลังเก็บหมวดหมู่: Socceromy

มองมุมฟุตบอล

ลองเล่นกองหน้า ตอน 1

เคยดูรายการ ‘เอสเอ็มอี ตีแตก’ ไหมครับ?
เสน่ห์ของรายการนี้ อยู่ที่ผู้แข่งขันทางบ้าน ขับรถเข้ามาตอบคำถามเพียงข้อเดียว ก็ได้ลุ้นรถเก๋งรุ่นใหม่ขับกลับบ้านแทนคันเดิม
“พี่ๆ ผิดรายการแล้วค่ะ นั่นรายการราชรถมาเกย”
อ้าว! เหรอครับ ขอโทษที เห็นคุณปัญญาเป็นพิธีกร นึกว่ารายการเดียวกัน เดี๋ยวนี้คุณปัญญามีรายการทีวีเยอะมาก ทำให้เกิดการจำผิดจำถูกกันเล็กน้อย อ่านเพิ่มเติม ลองเล่นกองหน้า ตอน 1

เติมเกมไม่ทัน

ถ้าโลกนี้ไม่มีฟุตบอล ประเทศที่เดือดร้อนเป็นอันดับต้นๆ ต้องมีชื่อบราซิลแน่นอน เพราะนอกจากกาแฟซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญแล้ว นักฟุตบอลอาชีพก็ทำรายได้ให้คนบราซิลไม่น้อย
ส่วนประเทศที่เดือดร้อนถัดมา ก็น่าจะเป็นไทยเรานี่แหละ เพราะเราคือนักดูฟุตบอลตัวยง มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกหรอกครับ ที่มีถ่ายทอดสดฟุตบอลอาชีพจากทวีปยุโรปทุกสัปดาห์ เฉพาะลีกสูงสุดของอังกฤษก็ถ่ายทอดครบทุกนัดทั้งฤดูกาล ส่วนฟุตบอลโลกและฟุตบอลยุโรปที่แข่งสลับกันทุกๆ 2 ปี บ้านเราก็ถ่ายทอดให้ดูฟรีๆทุกนัด
แม้ความคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลของคนไทย อยู่ในอันดับต้นๆของโลก แต่ก็คงเทียบกับคนบราซิลไม่ได้ เพราะที่นั่นแทบจะหายใจเข้าออกเป็นลูกหนังกลมๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก คนทั้งประเทศก็แทบจะไม่ต้องทำงานทำการกันเลย

“ทำไมคนบราซิลจึงคลั่งฟุตบอลโลกขนาดนั้น” รุ่นน้องจอมปล่อยมุขแป๊ก ถามผม
ก็เขารอชมรอเชียร์นักเตะของเขานะสิ
“แล้วทำไม คนไทยทนอดหลับอดนอนเพื่อดูฟุตบอลโลก” เป็นคำถามที่สอง ผมเดาว่านี่เป็นคำถามเตรียมยิงมุขแน่ๆ
เออ.. ก็เชียร์ทีมที่ชอบ อย่างอังกฤษ เยอรมัน ยังไงหละ
“ไม่ถูก ก็เพราะไทยเราก็ไปฟุตบอลโลกเหมือนกัน” “ไปเป็นลูกๆ ไม่ไช่ไปเป็นทีมเหมือนประเทศอื่น”
ใช่แล้วครับ เมืองไทยเราเป็นแหล่งผลิตลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลหลายรายการทั่วโลก

กลับเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ สถิติการแชมป์โลกมากที่สุด จำนวน 5 ครั้งของบราซิล การันตีเป็นอย่างดีว่า นักเตะจากประเทศนี้เก่งแค่ไหน สไตล์การเล่นที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก กลายเป็นเสน่ห์ให้หลายคนเอาใจช่วยทีมจากอเมริกาใต้
ทีมที่เล่นเกมรุก เปิดฉากบุกคู่แข่งตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่นักเตะดังๆส่วนใหญ่ จะเป็น กองหน้าและกองกลาง ต่างจากทีมประเทศอื่น ที่ผู้เด่นๆอาจเป็นกองหลังหรือผู้รักษาประตู แต่ก็มีนักเตะกองหลังหนึ่งคนที่โดดเด่นมากในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา
เขาคือ โรเบอร์โต้ คาร์ลอส ครับ
หากดูจากสถิติการยิงประตู จำนวน 11 ลูกให้ทีมชาติ และอีกเกือบ 50 ลูกให้ทีมรีลมาดริดในสเปน คงไม่มีใครเชื่อว่านี่คือ ผู้เล่นตำแหน่งแบ็กซ้าย
สถิติการยิงประตู ดีกว่ากองหน้าหลายทีมเสียอีก

จุดเด่นของเขา คือเล่นเกมรับได้ดี และเติมเกมรุกได้สะแด่วมาก แต่หากไปอยู่ในทีมที่เน้นเกมรับ คุณสมบัติแบบนี้ก็ด้อยประโยชน์ลงไปทันที เป็นความโชคดีที่เขาเป็นคนบราซิล และได้ย้ายมาเล่นให้ทีมรีลมาดริด สองทีมที่มีปรัชญาการเล่นคล้ายกัน คือเสี่ยสั่งลุย
การเล่นของ โรเบอร์โต้ คาร์ลอส กลายเป็นคุณสมบัติใหม่ที่ผู้เล่นตำแหน่งแบ็กพึงมี และโค้ชสมัยนี้ก็คาดหวังให้ผู้เล่นในแดนหลัง ขึ้นไปช่วยเติมเกมรุกด้วย
ทีมที่ผู้เล่นในแนวรับ เติมเกมรุกได้ดี สอดคล้องกับผู้เล่นในแดนหน้า (ย้ำนะครับว่าต้องสอดคล้องกันด้วย เพราะถ้าวิ่งขึ้นไปไม่ดี ก็ไปทับตำแหน่งกัน) จะช่วยให้ทีมได้ประตูมากขึ้น

เห็นการเติมเกมรุก จากผู้เล่นในแดนหลัง ทำให้ผมนึกถึงการทำโปรโมชั่นของห้างร้านต่างๆ
‘แลกซื้อสุดคุ้ม’
‘ราคาสุดช็อค’
‘ลดแล้วลดอีก’
การทำโปรโมชั่น เป็นสัญญาณบอกว่ากำลังเปิดเกมรุกเต็มที่
ที่บอกว่า เป็นสัญญาณเปิดเกมรุก เพราะเวลาทำโปรโมชั่นทุกครั้ง ก็จะมีการโฆษณา แจกใบปลิว ติดโปสเตอร์ และออกสื่อทุกรูปแบบ ป่าวประกาศให้ลูกค้าได้รับรู้
และลูกค้าก็กรูไปที่ร้านตามคำโฆษณา แต่ปรากฎว่า…
เจอเชลฟ์สินค้าว่างๆ พร้อมป้ายสีขาวตัวหนังสือสีแดง อ่านได้ว่า ‘สินค้าหมด’
“เฮ้ย! หมดอีกแล้วหรือนี่”

หรือบางที เชลฟ์สินค้าไม่ว่าง แต่สินค้าที่วางอยู่ ไม่เหมือนกับที่โฆษณาในใบปลิว เพื่อความแน่ใจต้องถามพนักงานขาย ก่อนหยิบสินค้าไปจ่ายตังค์
“ขอโทษคะ สินค้าตัวนี้ไม่ได้ร่วมรายการค่ะ เผอิญตัวโปรโมชั่นหมด น้องเขาเลยเอาตัวอื่นมาวางแทน”
เกือบไปแล้วครับ เกือบถูกหลอก

หลายคนที่ตั้งใจไปซื้อ พอเจอเหตุการณ์สินค้าหมด อดคิดไม่ได้ว่า ถูกหลอกหรือเปล่า?
แต่ผมไม่คิดว่าร้านจะตั้งใจหลอกหรอกนะครับ เพราะการทำแบบนั้น จะบั่นทอนอนาคตของตัวเอง หากไม่มีสินค้าเหมือนที่โฆษณาบ่อยๆเข้า ลูกค้าก็จะขาดความน่าเชื่อถือ

เหตุที่ร้านทำโปรโมชั่น ก็ต้องการดึงลูกค้าจากร้านคู่แข่ง
เหตุที่เจ้าของสินค้าแบรนด์ดัง ทำโปรโมชั่น ก็ต้องการดึงลูกค้าจากยี่ห้ออื่น
ดังนั้น ถ้าต้องการให้สัมฤทธิ์ผล ก็ต้องมีสินค้าขายตามที่โฆษณาไว้ ไม่ใช่พูดหาเสียงเพียงอย่างเดียว

การมีสินค้าให้พอขาย ทำได้ไม่ยากหากเป็นสถานการณ์ปกติ เพราะจะรู้ว่าแต่ละวันขายได้กี่ชิ้น จึงคำนวนล่วงหน้า และออร์เดอร์ได้ไม่พลาด แต่ถ้าจัดแคมเปญเมื่อไร การทำนายจะยากขึ้นกว่าเดิม
บางครั้งคาดว่า น่าจะขายดีกว่าเดิม 2 เท่า จึงตุนสินค้าไว้เท่านั้น แต่เอาเข้าจริง กระแสแรงเกินคาด สินค้าขาดเร็วกว่ากำหนด โดยเฉพาะของใช้ที่เก็บไว้ได้นาน เวลาทำโปรโมชั่น ลูกค้ามักซื้อไปสต๊อกไว้ที่บ้าน
ยังไม่พอครับ บางครั้งร้านโชห่วย ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ก็เอารถกระบะมาขนกันเลย
จึงไม่แปลกใจ ที่สินค้าจัดรายการ มักหมดก่อนเวลาอันควร
เป็นการเสียโอกาสขาย เหมือนกองหน้าบุกไปถึงเขตประตูฝั่งตรงข้าม แต่เพื่อนๆตามมาสมทบไม่ทัน

“งั้นก็สั่งสินค้ามาตุนไว้เยอะๆเลยสิ”
เป็นความคิดที่ดี แต่วิธีนี้ก็มีความเสี่ยงครับ หากแคมเปญไม่โดนใจลูกค้า หรือว่าคู่แข่งออกแคมเปญมาสู้และจัดหนักกว่า ก็แย่สิครับ เดี๋ยวนี้การแข่งขันรุนแรงไม่รู้ว่าคู่แข่งจะมาไม้ไหน
การใช้วิธีตุน เหมือนเอากองหลังขึ้นไปหนุนทั้งแผง เสี่ยงนะครับ ถ้าโดนโต้กลับจะเสียประตูทันที

ถ้าจะลดความเสี่ยงตรงนี้ คือไม่ตุนสินค้าไว้เยอะ ก็ต้องหันมาเน้น ‘กองหลังเติมเกมให้ทัน’
แต่ความยากในการทำธุรกิจคือ กองหลังและกองกลาง (ฝ่ายผลิตและจัดส่ง) มองไม่เห็น กองหน้า ว่าขายสินค้าเป็นอย่างไรบ้าง
ดังนั้น ต้องหาวิธีที่ทำให้ฝ่ายผลิต เห็นบรรยากาศหน้าร้าน จะได้ปรับกำลังการผลิตได้ถูก อาจใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งข้อมูลเรียลไทม์ ให้คู่ค้าและผู้ผลิตวัตถุดิบ
ยิ่งส่งข้อมูลที่สำคัญ ไปให้แนวหลังได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้มีกองหลังเติมเกมเก่งๆได้มากขึ้นเท่านั้น
อย่าลืมนะครับ การค้าสมัยนี้ ต้องมีแบ็กแบบ โรเบอร์โต้ คาร์ลอส
[ad#ad-1]

อุ่นเครื่อง-คำนิยมโดยคุณหน่อง

หลังจากที่เคี่ยวเข็ญ เพื่อให้ทันลงเล่นในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่พร้อมครับ
เมื่อไม่พร้อม ก็ไม่ต้องฝืน เพราะถ้าขืนลงเล่นในสภาพไม่สมบูรณ์ 100% มีหวังบาดเจ็บเพิ่มแน่ๆ
เลยต้องใช้แผนสองครับ นั่นคือเลื่อนการวางแผงฯ ออกไปอีกหน่อยนึง ซึ่งเวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นช่วงเงินเดือนออกในรอบต่อไป
ใช่แล้วครับ ประมาณช่วงต้นเดือนพฤษภาคม น่าจะได้ยลโฉมกัน
ระหว่างนี้ ขออุ่นเครื่องอีกหน่อย ด้วยคำนิยมจากคุณหน่อง แห่ง interiorsiam.com

>>

ครึ่งแรก
ผมเข้าใจว่า ‘นายขลุกขลิก’ กับผมนั้นเป็นคนพันธุ์เดียวกัน
คือเป็นมนุษย์จำพวกชอบความเจ็บปวด และมีความอดทนสูง เพราะเราเป็น The Kop เหมือนกัน (ฮา)

เป็น The Kop ในยุคทศวรรษที่โชครุ่งเรืองไม่ค่อยเข้าข้างพระเอกกันซักเท่าไหร่นัก
เป็นแฟนหงส์ต้องก้มหน้า(ต่ำ)เอียงองศาเล็กน้อยกัดฟันพูดเพื่อปลอบใจกันและกันว่า “เป็นแฟนหงส์ต้องอดทน” (ฮาอีก)

อาจจะด้วยเพราะความเก็บกดและอดทนแบบแฟนหงส์อันนี้หรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ
แต่ผมเดาเอาเองจากความรู้สึกส่วนตัวลึกๆของหนุ่มหน้ามนคนความรู้สึกเดียวกันว่า เมื่ออัดอั้นแล้วก็อยากระบาย

ถ้าเป็นเยี่ยงนั้น เป็นอย่างที่ผมเดา(เอง) ผมก็จะไม่แปลกใจเลยที่หนังสือไอเดียธุรกิจเล่มที่สองเล่มนี้ของ ‘นายขลุกขลิก’ จึงได้มีเรื่องราวเปรียบเทียบและผูกโยงให้เข้าหากันระหว่าง ‘ฟุตบอล’ อันเป็นของรักและเรื่อง ‘ไอเดียธุรกิจ’ อันเป็นของหวานที่เขาถนัดและพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันโดยสัมมาอาชีพ

พักครึ่ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ครึ่งหลัง
ผมเชื่อว่าถ้าคุณๆลองได้อ่านหน้าในนับถัดจากหน้านี้เป็นต้นไป อาจจะรู้สึกได้เหมือนๆกันกับผมว่า เรากำลังนั่งดูบอลอยู่บนอัฒจันทร์ หูสองข้างนั้นกระดิกรับเรื่องราวไอเดียธุรกิจที่เข้ายุคแบบไม่น่าเบื่อ ในขณะที่ตาสองตานั้น เปิดรับภาพเทคติกและลีลาของเกมส์ฟุตบอลที่สัมผัสได้สนุกเช่นกัน แม้แต่การพูดคุยวางแผนเกมส์กันภายในห้องแต่งตัว นายขลุกขลิกเขาช่างเอามาเปรียบเปรยให้เข้าใจและเห็นภาพ
นั้นคือเสน่ห์และการออกแบบสำหรับการเล่าเรื่องที่ยังไม่มีให้เห็นในหนังสือเกี่ยวกับไอเดียธุรกิจเล่มไหนๆ
เป็นการผสมผสานให้เข้ากันได้แบบกลมกล่อมทั้งเนื้อหาและลีลา แฮ่มม..อย่างกับสไตล์บอล Pass & Move ของเครื่องจักรสีแดงเสียนี้กระไร

จะหมดเวลาแล้วครับ ช่วงท้ายเกมส์นี้ผมขออนุญาติเพียงแค่นี้แค่พองาม
ขอกลับไปฝึก ‘ปั่น’ และลูบ ‘เป้า’ บ้าง`เช่นกัน

ทดเวลาบาดเจ็บ
ขอขอบคุณ ‘นายขลุกขลิก’ ที่ได้ให้เกียรติผมอีกครั้ง ตั้งแต่เล่มแรก “จิบความคิด สะกิดไอเดีย” เมื่อปีที่แล้ว
และเล่มที่สองในปีนี้กับ “ปั่นฟรีคิก พลิกไอเดีย”
และที่สำคัญต้องขอขอบคุณกับช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ทดแล้วทดอีกให้ผมได้หายใจหายคอออกไปอีกสี่ห้าวัน ในการเขียนคำนิยม (ฮาตบท้าย)

สิริชัย สิทธิสันต์

<<

ขอบคุณ คุณหน่อง ที่ให้เกียรติช่วยเจิมหนังสือเป็นเล่มที่สอง และต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ที่ผมเร่งเวลาไปหน่อย

อุ่นเครื่อง-คำนิยมโดยคุณนาน่า

ระหว่างที่หนังสือยังไม่เรียบร้อยจากแท่นพิมพ์
ผมขอเอาคำนิยม มาลงเป็นการอุ่นเครื่องกันไปก่อน
เชิญติดตามรับชมรับอ่านได้ตามอัธยาศรัย ได้ ณ บัดนี้ (แหม่! เกริ่นเหมือนลิเกเลยครับ)

>>

ทันทีที่ต้นฉบับหนังสือเล่มนี้มาถึงมือ พร้อมกับการรับรู้ว่าเป็นหนังสือแนวธุรกิจแต่เล่าผ่านมุมมองฟุตบอล ก็เกิดภาวะ “เกร็ง” ขึ้นมานิดๆ ตามประสาผู้หญิงที่ตลอดชีวิต (กี่ปีไม่ระบุ) ได้สัมผัสกับฟุตบอลน้อยมากกก… ที่เฉียดไปใกล้สุดๆ ก็ตอนที่เดินผ่านริมสนามแล้วลูกฟุตบอลเจ้ากรรมพุ่งมาฟาดที่ใบหน้า (สวยๆ) โดยบังเอิญก็แค่นั้น!!!

แต่ก็ใช้เวลาตัดสินใจแค่แว๊บเดียวเท่านั้นก่อนรับต้นฉบับมาอ่าน เนื่องจากยังจดจำความรู้สึกสนุก ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่กับหนังสือ “จิบความคิด สะกิดไอเดีย” ของนายขลุกขลิกได้เป็นอย่างดี และเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่า แม้เราจะไม่ค่อยได้รู้เรื่องฟุตบอลอะไรเลย ส่วนงานด้านการตลาดเราก็ยังอยู่ในระดับบ้านๆ แต่มันจะต้องสนุกและให้ความคิด มุมมองดีๆ แก่เราอีกแน่ๆ และเมื่ออ่านไปอ่านมารู้สึกว่าเป็นหนังสือให้ความรู้สองทางได้อย่างกลมกลืน รู้เรื่องกติกา การจัดการทีมฟุตบอลด้วย รู้เรื่องธุรกิจและการจัดการธุรกิจด้วย ช่างเป็นคอนเซปการเขียนหนังสือที่กล้านำเสนอ และท้าทายตลาดหนังสือยุคนี้เสียจริง

สำหรับทุกท่าน ที่ขณะนี้ถือหนังสือเล่มนี้อยู่ในมือและกำลังเกิดคำถามเล็กๆว่า ชั้นไม่เก่งการตลาด ธุรกิจ อะไรเลย จะอ่านเข้าใจไหม? ขอตอบว่า นอกจากจะเข้าใจแล้วยังเพลินสุดๆ เพราะมันช่างต่างกับหนังสือการตลาดแบบวิชาการที่เคยเจอบนแผงหนังสือทั่วไป ที่ปกติเวลาอ่าน จะรู้สึกเหมือนมีครูไหวใจร้ายถือไม้เรียวชี้กระดาน แล้วเวลาเราอ่านไม่เข้าใจ ครูไหวก็ขยับแว่นจิกตาดุเข้าใส่ แต่สำหรับหนังสือเล่มนี้คุณจะรู้สึกเหมือนพี่แบ็คแฮม จูงมือคุณวิ่งเล่นไปในตึกทำงาน (อืม..ถ้าคุณเป็นผู้ชายคงต้องใช้คำว่า กอดคอ คงจะเหมาะกว่านะคะ) พร้อมแนะนำแบบกันเอง ถึงเทคนิคง่ายๆ ในการคุมเกมธุรกิจในมือ พร้อมหาจังหวะ หรือ มุมยิงประตูบริษัทคู่แข่งในตลาดได้อย่างสวยงาม

แล้วถ้าชั้นไม่เคยรู้เรื่องฟุตบอลเลย จะอ่านเพลินเหมือนคนอื่นไหม? ก็ขอตอบอีกว่า “เพลินมาก” ค่ะ แถมยังได้ข้อมูลไปคุยกับหนุ่มๆ เพื่อสร้างมูลค่าตัวเองในวงสนทนาได้สุดๆ ถ้าไม่ถือว่าโอเวอร์จนเกินไป อยากจะยกให้เป็นหนังสือแก้ปัญหาครอบครัวให้กับหนุ่มๆ ผู้รักการเชียร์ฟุตบอลแต่ไม่รู้จะอธิบายความสนุกให้สาวข้างกายรู้เรื่องได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้ตอบโจทย์นี้ได้แน่นอน แต่หากกลัวว่าสาวข้างกายอ่านแล้วจะหลงใหลได้ปลื้มไปกับ สำนวนอารมณ์ดี ชวนยิ้มให้กับทุกเรื่อง(ที่ดูเหมือนเข้าใจยาก) บนโลกใบนี้ ก็โปรดอ่านเสียเอง แล้วเอาเทคนิค ลีลาการเล่านี้ไปถ่ายทอดให้คุณผู้หญิงฟัง น่าจะทำแต้มได้ดีกว่านะคะ

วรงค์ชนก เทียมทินกฤต
editor at diaryclub.com

<<

ขอบคุณ คุณนาน่า ที่ให้เกียรติช่วยเจิมหนังสือเล่มล่าสุด

เตรียมเปลี่ยนชุด

ทำไมฟุตบอลจึงกลายเป็นกีฬายอดนิยมของคนทั้งโลก? ทั้งนิยมเล่นและนิยมดู
ผมว่าเหตุผลหลัก เป็นเพราะความง่าย
‘ง่าย’ ทั้งในเรื่องกติกา และ ‘ง่าย’ ในทั้งเรื่องของอุปกรณ์

สิ่งที่ยืนยันว่ากีฬาชนิดนี้เล่นง่าย สังเกตได้จากช่วงเวลาพักกลางวันหรือหลังเลิกเรียน ลองเดินไปดูแถวๆโรงเรียนประถมสิครับ รับรองว่าสนามหน้าโรงเรียนไม่ว่างแน่นอน
แค่มีลูกฟุตบอลกับพื้นที่ว่างไม่กี่ตารางวา ก็สามารถแข่งขันได้
ส่วนกติกา อธิบายไม่กี่คำก็เข้าใจ
“ผู้เล่นห้ามใช้มือ ยกเว้นตำแหน่งผู้รักษาประตู” นี่เป็นกติกาพื้นฐาน แต่ถ้าเป็นการแข่งขันที่เอาจริงเอาจัง ก็เพิ่มรายละเอียดลงไป เช่น การเช็คล้ำหน้า การทำฟาวน์ หรือการส่งลูกคืนผู้รักษาประตู

ความง่าย ทำให้แพร่ขยายได้เยอะ เป็นที่นิยมในวงกว้าง
ในด้านหนึ่ง ความนิยมนี้ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินมหาศาล บางสโมสรเปลี่ยนแปลงการบริหารให้เป็นบริษัทธุรกิจเต็มรูปแบบ มีการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพื่อระดมทุนเพิ่มเติม
แต่อีกด้านหนึ่ง มองเฉพาะ ‘การแข่งฟุตบอล’ ก็มีความคล้าย ‘การทำธุรกิจ’ อย่างไม่น่าเชื่อ

คล้ายเพราะ ต่างก็มี ‘เป้า’
ฟุตบอลต้องการชนะ ธุรกิจต้องการกำไร
คล้ายเพราะ เป็นเรื่องของ ‘ทีม’
ฟุตบอลต้องบริหารนักเตะ ธุรกิจต้องบริหารพนักงาน บริหารสินค้า บริหารข้อมูล
ฟุตบอลต้องวางแผนการเล่น ธุรกิจต้องมีแผนกลยุทธ์

คล้ายเพราะ เป็นเรื่องของ ‘การแข่งขัน’
ฟุตบอลมีคู่แข่งที่ต้องเอาชนะ ธุรกิจมีคู่แข่งที่แย่งกันเอาใจลูกค้า
คล้ายเพราะ ต่างก็มี ‘กรรมการและกติกา’
ทำผิดกติกาฟุตบอล อาจโดนใบเหลืองหรือใบแดง ทำผิดกติกาธุรกิจ อาจเสียค่าปรับหรือถึงขั้นติดคุก

มีหลายมุม ที่เวลาลงสนามไปเล่น แล้วคิดให้เป็นธุรกิจได้
ถ้าไม่เชื่อ เริ่มหยอดตังค์ลงกระปุกและเตรียมชุดให้พร้อม แล้วพบกับหนังสือเล่มใหม่ อีกไม่นานเกินรอครับ…

ต่อบอลบนพื้น

ถ้าถามว่า ทำไมผมถึงชอบทีมลิเวอร์พูล อืม! คำตอบแรกคือ สไตล์การเล่นที่เรียกว่า ‘เรดแมชชีน’ หรือ ‘เครื่องจักรสีแดง’ ครับ อ่านเพิ่มเติม ต่อบอลบนพื้น

‘เจอราร์ด’ กับ ‘ธนา’

ตอนที่ ‘ตอรเรส’ ย้ายมาเล่นที่ลิเวอร์พูลใหม่ๆในปี 50 หลายคนต่างทึ่งในความสามารถของกองหน้าชาวสเปน
เพราะสถิติยิง 33 ประตู ในการเล่นปีแรก ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน และยังสร้างสถิติยิงเยอะ ยิงเร็วอีกมากมาย
แต่เวลาผ่านไป 4 ปี คำชมเริ่มเลือนหาย กลายเป็นการตำหนิมากขึ้น อ่านเพิ่มเติม ‘เจอราร์ด’ กับ ‘ธนา’