คนดื่มชาเขียว หายไปไหน?

ไม่น่าเชื่อนะครับว่า อะไรที่มาไว ก็มักจะไปไวเสมอ (อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะครับ)
เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว หลายท่านคงมีคำถามในใจว่า การนำน้ำชาเขียวรสชาติหวานหน่อยๆ มาใส่ขวดแช่เย็นขาย  มันจะไปไหวเหรอ?

ไม่ใช่เฉพาะพวกเรา ที่คิดไม่ถึงหรอกครับ แม้แต่ผู้ผลิตน้ำดื่มที่อยู่ในวงการแท้ๆ ก็ยังไม่เชื่อว่า ชาเขียว จะแรงติดตลาด กว่าจะคิดได้ และเริ่มผลิตมาวางขาย ขอส่วนแบ่งกับเค้าบ้าง ก็เป็นช่วงตลาดวายแล้ว

แท้ที่จริงชาเขียว เริ่มส่งสัญญาณขาลงตั้งแต่ปีที่แล้ว หากแต่อยู่ได้ ด้วยกลยุทธ์การแจกเงินของเฮียตัน แห่งโออิชิ

กลับมาที่หัวข้อของเราวันนี้  แล้วคนที่เคยดื่มชาเขียว เค้าหายไปไหนกันหมด ทั้งๆที่กระแสสุขภาพก็ยังมาแรง
และคิดว่า คงจะแรงดีไม่มีตกไปอีกหลายปี

เครื่องดื่มที่มาแทนที่ชาเขียวก็ไม่ใช่อื่นไกลใดหรอก หากท่านสังเกตุการดื่ม การทานของท่านเอง ก็พอจะเดาออก

“นมพร้อมดื่ม” และ “เครืองดื่มประเภท Sport Drink” คือสองตัวเอก ที่มาแรงในช่วงนี้ โดยเฉพาะ “นมพาสเจอร์ไรส์” นี่มีประโยชน์เห็นๆ แถมสด อร่อยอีกต่างหาก ในขณะที่ “นมพืช” เช่น นมถั่วเหลือง ก็มาแรงเช่นกัน
และในช่วงหลังๆ ก็มีการงัดกลยุทธ์เติมสารอาหารบางชนิดลงไป เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์มากขึ้น
มี Option มากมายจนเลือกไม่ถูก ผนวกกับร้านค้าที่มีอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด หาซื้อก็ง่าย ยอดขายนมก็เลยวิ่งฉิว!
 
อีกตัวคือ “น้ำดื่มบรรจุขวด”
ใช่แล้วครับ น้ำเปล่านี้แหละ  สะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีโทษต่อร่างกาย เพราะหลังจากซื้อ “ชาเขียว” ดื่ม ขวดละ 15-20 บาท มาได้ 2-3 ปี  พอมาซื้อ “น้ำดื่มบรรจุขวด” เพียง 6-7 บาท เลยกลายเป็นของถูกไป ตลาดน้ำดื่ม มีทีท่าจะโตได้สวย ล่าสุดยักษ์น้ำผลไม้ ก็กระโดดมาทำตลาดด้วยการเปิดตัว “Malee water”
[ad#blend-336×280]

Advertisements

Department Store

วันนี้ขออธิบาย ความหมายและลักษณะของค้าปลีก Segment หนึ่ง
นั่นก็คือ Department Store หรือ ห้างสรรพสินค้า

ห้างสรรพสินค้า เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ที่รวมสินค้าทุกชนิด ที่มีคุณภาพดี เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าจำนวนมากในทุกระดับแบบครบวงจร (One Stop Shopping) มีการจัดวางสินค้าแบ่งออกเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน เพื่อให้สะดวกต่อการค้นหา และเลือกซื้อ  เน้นการจำหน่ายสินค้าจำพวก Soft Line อาทิ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง รองเท้า กระเป๋า มีการบริหารและการจัดการที่ค่อนข้างซับซ้อน มีพนักงานจำนวนมาก และเน้นการให้บริการที่สะดวกและสร้างความประทับใจให้ลูกค้า  

สถานที่มักจะตั้งอยู่ในที่ชุมชน หรือเป็นศูนย์รวมการค้า
ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของห้างสรรพสินค้า คือ เป็น Segment ที่มีการฝากขาย (Consignment) โดยเจ้าของสินค้าจะมีพนักงานมาให้คำแนะนำ และประชาสัมพันธ์สินค้า เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องสำอาง ที่มีเครื่องหมายการค้าเป็นที่ยอมรับ เช่น ESPRIT GUESS MC PRADA GUCCI ESTEE  LAUDER  CHANEL 
โดยอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการซื้อขาด (Credit) ซึ่งสัดส่วนการซื้อขาด กับการฝากขาย  จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้างสรรพสินค้า 

แต่ในปัจจุบันห้างสรรพสินค้า จะเน้นการซื้อสินค้าแบบซื้อขาด(credit)มากกว่าการฝากขาย(Consignment) เพื่อที่ห้างที่จะได้มีอิสระที่จะเลือกซื้อเลือกหาสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งห้างสรรพสินค้าแต่ละแห่งก็คงต้องวางกลยุทธ์ STP (Segmentation Targeting Positioning) ให้ชัดเจนให้มีลักษณะเป็นgอกลักษณ์สำหรับลูกค้าตนเองให้มากที่สุด

ผู้ประกอบการค้าปลีกประเภทนี้ มีทั้งผู้ประกอบการระดับประเทศในลักษณะ Chain store คือมีร้านหลายสาขา ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เดอะมอลล์ โรบินสัน ตั้่้งฮั่วเส็ง
และอีกส่วนหนึ่ง คือผู้ประกอบการท้องถิ่นในต่างจังหวัด โดยบางรายอาจมีหลายสาขา เช่น ห้างแหลมทอง จ.ชลบุรี (แม้ว่าบางส่วนจะเริ่มให้ เข้ามาเช่าพื้นที่)

ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ค้าปลีก Segment นี้ ถือว่าไม่ได้อยู่ในช่วงขาขึ้น การเปิดสาขาใหม่จึงมีน้อยมาก เพราะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ อีกทั้งพฤติกรรมลูกค้าเริ่มเปลี่ยนไป หันไปนิยมสินค้าราคาประหยัด ซึ่งไม่ใช่ลักษณะหรือจุดขาย ของห้างสรรพสินค้า  ทำให้ผู้ประกอบการยักษ์ใหม่ อย่างเช่น CPN หรือเครือเซ็นทรัล หันไปทำตลาดในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

Segment นี้ ถือได้ว่าผู้ประกอบการไทยมีความแข็งแกร่งมาก เพราะต่างชาติไม่สามารถแข่งได้ ห้างต่างชาติหลายแห่ง เข้่ามาทำตลาด แต่ก็ต้องเลิกกิจการไป เช่น ห้างไดมารู ซึ่งเข้ามาทำตลาดในไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน หรือล่าสุด ที่ทำท่าจะไม่รอด ก็ TOKYO ที่เหลือสาขาเดียว 
[ad#blend-336×280]

Case Study : Tesco Lotus ตอนที่ 2


ตอนที่ 2 บทวิเคราะห์

ซื้อกิจการจากผู้ประกอบการท้องถิ่น  
การร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น เป็นรูปแบบที่เทสโก้ ใช้เจาะตลาดใหม่ ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทั้งในเกาหลีใต้ (ร่วมมือกับกลุ่มซัมซุง) และ ไทย (ร่วมมือกับเครือ ซี.พี.)
เทสโก้ เข้ามาในลงทุนในไทย หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ซึ่งผู้ประกอบการไทย หลายรายได้รับผลกระทบอย่างหนัก จำเป็นต้องขายกิจการออกไป โดย เทสโก้ ได้ซื้อหุ้น “โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์” จากเครือ ซี.พี. 75% ในปี 41 ก่อนจะถือหุ้นครบ 100%  ในท้ายที่สุด

ก้าวแรก ลดกระแสการต่อต้านจากคนใน เน้นสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่
แม้จะมี โนฮาว การค้าปลีกในระดับสากล และมีเงินทุนมหาศาล แต่การทำตลาดในไทยของเทสโก้ ก็ไม่ง่ายนัก
เพราะหลังซื้อหุ้น 75% จาก ซี.พี. ในปี 2542 (ก่อนที่ ซี.พี.จะขายหุ้นที่เหลือ ให้ทั้งหมดในปี 45) เทสโก้ก็ประสบปัญหาเรื่องพนักงานลาออกกว่า 40% ทำให้ต้นทุนการบริหารสูง ซี่งเป็นปัญหาที่เทสโก้ ไม่ได้คาดไว้ก่อนเข้าซื้อหุ้น

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน พร้อมชูคำขวัญ “บริการด้วยหัวใจ” อีกทั้งเน้นกระจายอำนาจ และมีระบบประเมินผลงานที่ชัดเจนรุกเปิดสาขาหลากหลายรูปแบบ
หากเปรียบเทียบในบรรดา Hypermarket ด้วยกัน “เทสโก้ โลตัส” มีรูปแบบและขนาดร้านที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม และกำลังซื้อของแต่ละจังหวัดที่แตกต่างกัน
แม้จะมีโนฮาว จากบริษัทแม่ ซึ่งมีโมเดลร้าน ตั้งแต่ขนาด 150 ตร.ม. จนถึง 190,000 ตร.ม.
 Tesco Extra ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาด 6,000 ตร.ม. ขึ้นไป ตั้งอยู่ชานเมือง
 Tesco   ซูเปอร์มาร์เก็ต ขนาด 3,000 ตร.ม.
 Tesco Metro  ร้านค้าในตัวเมือง ขนาด 1,100 ตร.ม.
 Tesco Express ร้านสะดวกซื้อ ขนาด 190 ตร.ม.
 One Stop ร้านค้าขนาดเล็ก 120 ตร.ม.

แต่การเปิดสาขาในประเทศต่างๆ ก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป
สำหรับการเปิดสาขาในไทย ขนาดร้านมาตรฐาน มีพื้นที่ขายประมาณ 30,000 ตร.ม.
แต่ในบางจังหวัดที่มีกำลังซื้อรองลงไป จำนวนครัวเรือนไม่มากพอ จึงต้องมีการลดขนาดร้านลง เหลือ 6,000 ตร.ม. และมีสินค้าที่เน้นราคาประหยัด เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ ซึ่งเป็นโมเดลร้าน “โลตัส คู้มค่า”
ในขณะที่การเจาะตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต ก็มีการตั้งชื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทย ชื่อ “ตลาดโลตัส”  ขนาดพื้นที่ 700-1,500 ตร.ม.
ส่วนโมเดลร้าน Tesco Express ซึ่งเริ่มต้นเปิดในปั๊ม ESSO จะมีขนาดใหญ่กว่าในต่างประเทศ  ขนาดประมาณ 300 ตร.ม.

รูปแบบร้านที่หลากหลาย มีทุกขนาดพื้นที่ ผนวกกับเงินลงทุนจำนวนมาก ที่บริษัทแม่พร้อมให้การสนับสนุน  ทำให้ “เทสโก้” เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว สำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกในไทย

สร้างพันธมิตรกับค้าปลีกท้องถิ่น 
การเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ส่งผลกระทบต่อยอดขายของค้าปลีกรายเดิม สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ประกอบการไทยที่เป็นเจ้าถิ่นในพื้นที่มานาน จนเกิดกระแสต่อต้าน มีการเดินขบวนประท้วงและต่อต้านในหลายๆจังหวัด
ทำให้ภาครัฐ ต้องออกมาตรการผังเมือง เพื่อจำกัดการเปิดสาขาของค้าปลีกขนาดใหญ่ในเขตเมือง 
แต่เทสโก้ โลตัส ก็ปรับตัว โดยการร่วมมือกับผู้ประกอบการรายเดิมในท้องถิ่น ทั้งในรูปแบบเช่าทั้งหมด หรือเช่าบางส่วนเพื่อเปิดเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต และยังรับช่วงที่จะจ้างพนักงานต่อ เพือลดกระแสต่อต้านของพนักงาน
นอกจากนี้ ยังได้เปิดพื่นที่ให้สินค้าในท้องถิ่น หรือมุม OTOP เข้ามาวางจำหน่าย เพื่อสารสัมพันธ์กับผู้ผลิตในพื้นที่
กลยุทธ์นี้ จึงเป็นการลดกระแสต่อต้านจากคนทุกระดับในท้องถิ่น ทั้งผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ผู้ประกอบการ SME ที่ผลิตสินค้า OTOP และพนักงานที่จะมีงานทำต่อไป

กลยุทธ์ด้านราคา
แม้จะได้ชื่อว่าเป็น Hypermarket หรือ Discount Store แต่ภาพของการขายสินค้าราคาถูก ก็ไม่แตกต่างจากคู่แข่งมากนั้ก
จะกระทั่งในปี 2546 เกิดภาวะราคาน้ำมันแพง กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค เทสโก้ โลตัส จึงงัดกลยุทธ์ด้านราคา ออกแคมเปญ Roll Back
ซึ่งเป็นการทำโปรโมชั่น ที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะอยู่นอกช่วงเทศกาล และเพิ่งผ่านปีใหม่ได้ไม่นาน ทำให้โปรโมชั่นนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ก่อนจะมี Roll Back ภาคสองในกลางเดือนก.ค. ปีต่อมา

การเปลี่ยนแม่ทัพ เพื่อให้รับกับสถานการณ์การแข่งขัน
ในช่วงเกิดกระแสต่อต้านค้าปลีกต่างชาติ คณะกรรมการบริษัท เทสโก้ โลตัส ได้แต่งตั้ง สุนทร อรุณานนท์ชัย ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มซีพี(ในขณะนั้น ซี.พี ยังคงมีหุ้นอยู่) ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท เทสโก้ โลตัส  ซึ่งจะเป็นผู้แถลงข่าว และตอบคำถามสื่อมวลชน
เทสโก้ เตรียมการที่จะเน้นเปิดร้านขนาดเล็ก โดยได้ส่ง เจฟฟ์ อดัมส์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการพิเศษของเทสโก้ โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ ไปเรียนงานที่อังกฤษ 1 ปี ก่อนจะกลับมาเป็น CEO เทสโก้ โลตัส เพื่อเตรียมลุยเปิดสาขา Express อย่างเต็มที่

ใช้พลังของทุนข้ามชาติ ในยุคเปิดเสรีการค้า การลงทุน
กระแสต่อต้านทุนค้าปลีกต่างชาติ จากผู้ประกอบการท้องถิ่นและชมรมผู้บริโภคกลุ่มหนึ่ง ที่ได้เรียกร้องให้ภาครัฐ เร่งออกกฎหมายค้าปลีก เพื่อปกป้องธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่น
ทำให้ เหล่าผู้ประกอบการค้าปลีกต่างชาติ ได้ใช้วิธี “การทูตนำการค้า” โดยเอกอัครราชฑูต ของอังกฤษ(เทสโก้) ฝรั่งเศส(คาร์ฟูร์) เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามแนวนโยบายการส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลไทย  ซึ่งส่งผลให้แนวคิดที่จะออกกฎหมายค้าปลีก ต้องยกเลิกไป
ตอนที่ 1 เหตุการณ์สำคัญ 
ตอนที่ 2 บทวิเคราะห์
[ad#blend-336×280]

Case Study : Tesco Lotus ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 เหตุการณ์สำคัญ 

ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของโลก ทั้งในสหรัฐ และยุโรป ต่างพยายามขยายสาขาไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ ในเอเชีย และยุโรปตะวันออก
ซึ่งการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ มีทั้งประสบความล้มเหลว ต้องขายกิจการให้กับนักลงทุนท้องถิ่น และประสบความสำเร็จ ขึ้นเป็นผู้นำ แทนที่ผู้ประกอบการรายเดิม

เทสโก้ ผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่จากอังกฤษ ซึ่งติด 1 ใน 5 อันดับแรกของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 ย่านธุรกิจฝั่งตะวันออกของกรุงลอนดอน  ก็เป็นหนึ่งผู้ค้าปลีก ที่มีการขยายสาขาไปใน 12 ประเทศทั่วโลก  รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเทสโก้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

Retail Review ฉบับนี้ ขอนำเสนอเหตุการณ์สำคัญๆ ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา และวิเคราะห์กลยุทธ์การขยายทำตลาดในในประเทศไทย ของเทสโก้   รวมทั้งโอกาสและความเป็นไปได้ในอนาคต

เหตุการณ์สำคัญ
2537
– เครือ ซี.พี. เปิดร้านค้าปลีกรูปแบบใหม่ ในลักษณะดิสเคาท์สโตร์ ชื่อ “โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ มีสินค้าให้เลือกมากกว่า 7 หมื่นรายการ โดยจะเน้นเปิดสาขาชานเมืองกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง เริ่มสาขาแรกที่ “ซีคอนแสควร์” ถ. ศรีนครินทร์
2539
– ขยายสาขา ครบ 5 สาขา
2540
– มี 9 สาขา
– เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในเดือน ก.ค.40 ทำให้ ซี.พี. พิจารณาแผนการลงทุนใหม่
2541
– ซี.พี ขายหุ้น 75% ให้กับ “เทสโก้” ผู้ประกอบการค้าปลีกระดับโลก จากอังกฤษ 
2542
– ต.ค. เปิดสาขาภูเก็ต
– ณ สิ้นปี มีสาขา 24 แห่ง ยอดขายรวม 21,740 ล้านบาท เติบโต 96%

2543
– เกิดกระแสต่อต้านทุนค้าปลีกต่างชาติ คณะกรรมการบริษัท เทสโก้ โลตัส จึงได้แต่งตั้ง สุนทร อรุณานนท์ชัย ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มซีพี(ขณะนั้น ซี.พี. ยังถือหุ้นอยู่ส่วนหนึ่ง) ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท เทสโก้ โลตัส
– ทดลองเปิดให้บริการ 24 ชม. ที่สาขาพระราม 4
– ณ สิ้นปี มียอดขาย 33,340 ล้านบาท
2544
– ณ สิ้นปี มียอดขาย 45,087 ล้านบาท
2545
– เม.ย. ผลของกระแสต่อต้านค้าปลีกต่างชาติ ทำให้ภาครัฐออก พ.ร.ฎ.ผังเมือง ฉบับใหม่ ห้ามค้าปลีกขนาดใหญ่เปิดในตัวเมือง ซึ่งกระทบต่อการเปิดสาขาใหม่ของเทสโก้ โลตัส
– ณ สิ้นปี มีร้าน Express รวม 6 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในปั๊ม Esso ทั้งหมด 
– เปิด “โลตัส คู้มค่า” สาขาแรกที่ จ.ร้อยเอ็ด
– ณ สิ้นปี มียอดขาย 54,340 ล้านบาท
2546
– เป้าเปิด 6 ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 3 คู้มค่า
– ต้นปี เปิดซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขากาญจนบุรี และนครปฐม
– ม.ค. เปิด เทสโก้ ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาแรกที่พงษ์เพชร ขนาด 3,500 ตร.ม.
– ก.พ. ใช้กลยุทธ์ราคา ในภาวะกำลังซื้อ ออกแคมเปญ Roll Back ลดราคากว่า 1,000 รายการ ถูกกว่าคู่แข่ง 6-7%
– พ.ค. หน่วยงานรัฐ เข้าตรวจสอบ กรณีขายต่ำกว่าทุน 
– พ.ค. แถลงข่าว กำลังพัฒนาระบบ B2C พร้อมเปิดให้บริการในอีก 5 ปี
– ก.ค. ร่วมมือกับ Siam Future ผู้พัฒนาอสังหา เพื่อเปิด Express ในโครงการคอนวีเนียน เซ็นเตอร์ 
– ก.ย. เช่าพื้นที่ห้างบิ๊กเจียง จ.หนองคาย 8,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด ในรูปแบบร่วมมือกับห้างท้องถิ่น
– ก.ย. ร่วมมือกับภาครัฐ ให้การสนับสนุนสินค้า OTOP โดยนำสินค้าไทย ไปจำหน่ายในเทสโก้ ทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ
2547
– มี.ค. เปิดให้บริการ 24 ชม. ในสาขาบางกะปิ
– เม.ย แต่งตั้ง Jeff Adam เป็น CEO คนใหม่ (ซึ่งเคยดูแลโครงการพิเศษ และร้านสะดวกซื้อ)
– ก.ค. แคมเปญ Roll Back ครั้งที่สองใช้ชื่อ “โรลแบ็ก ถูกลงกว่าเดิม”
– ก.ย. ภาครัฐ มีมาตรการปิดห้างเร็ว เพือประหยัดพลังงาน
– ต.ค. เปิด Green Store สาขาแรกที่พระราม 1 เน้นใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์
– พ.ย. ฉลองครบ 10 ปี จัดโปรโมชั่นแจกรางวัลกว่า 10 ล้านบาท
– พ.ย. ครม. ผ่อนผัน เปิดห้างได้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง (จ-พฤ. 10-22.00 น, ศ-อา. 9.00-22.00 น.)
– พ.ย. เช่าพื้นที่พาต้า ปิ่นเกล้า เตรียมเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต
– ธ.ค. เพิ่มเวลาเปิดห้าง เป็น 23.00 น.
– ธ.ค. ทำยอดขายปี 47 เฉียด 70,000 ล้านบาท
– เปิด ไฮเปอร์มาร์เก็ต สาขาจรัญสนิทวงศ์ และเปิด “โลตัส คุ้มค่า” ที่ มุกดาหาร, น่าน, สุรินทร์
2548
– มค. ใช้งบลงทุน 5,500 ล้านบาท สำหรับปี 48
– มค. เช่าพื้นที่แทน จัสโก้ วังหิน
– เปิดสาขานครนายก, วังหิน, ปทุมธานี
– ปรับปรุง ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาพงษ์เพชร และเปลี่ยนเป็นร้านรูปแบบใหม่ ชื่อ “ตลาดโลตัส” โดยโมเดลร้านนี้ จะมีพื้นที่ 700-1500 ตร.ม. มีสินค้า 6,000-9,000 รายการ

ตอนที่ 1 เหตุการณ์สำคัญ 
ตอนที่ 2 บทวิเคราะห์

น้ำดื่มจากทะเลลึกฮาวาย

สินค้าสุดเจ๋งวันนี้ ขอเล่าเรื่อง น้ำดื่ม อีกหน่อย
หลังจากที่เห็นบริษัทใน Australia ขายไอเดียสุดเจ๋ง Magazine on Bottle ไปแล้ว
วันนี้มาดูไอเดียของพี่ยุ่นกันบ้าง 

ยุคที่ Trend สุขภาพมาแรงแบบนี้ การออกสินค้าใหม่ๆ โดยเกาะ  Healthy theme ย่อมปลอดภัย
แต่ทั้งนี้ ต้องแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด และที่สำคัญ ต้องโดนใจลูกค้า
ประโยชน์จริงๆอาจมีไม่มาก แต่ถ้าโดนใจ ก็ขายได้ ดูอย่าง “ชาเขียวพร้อมดื่ม” ที่สามารถทำตลาดให้มีมูลค่าสูงกว่าพันล้านบาท

หลังจากปล่อยให้เนสท์เล่ คุมตลาดนำดื่มของโลก ล่าสุดบริษัทจากญี่ปุ่น ก็ลุยตลาดบ้าง
โดยเปิดตัวน้ำดื่มบรรจุขวด ที่ทำมาจากทะเลลึกในฮาวาย
ใช้ชื่อว่า “มาฮาโล่ ฮาวาย ดีฟ ซี” (Mahalo Hawii Deep Sea)
คำว่า มาฮาโล่ ที่นำมาใช้เป็นแบรนด์ของน้ำดื่มบรรจุขวดนี้เป็นคำฮาวาย แปลว่า ขอบคุณ

การผลิต จะใช้น้ำจากทะเลลึกในฮาวาย ในระดับลึกถึง 3,000 ฟุต เพื่อให้ได้น้ำที่มีความสะอาด ความเย็น และมีส่วนผสมของสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เช่น มีโปรแตสเซียม แคลเซียม เซเรเนียม
ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ได้สูญหายไปจากระดับน้ำทะเลที่พื้นผิวตามปกติ เนื่องจากสภาวะที่เสียหายไปจากมลภาวะของโลก
และน้ำที่ระดับความลึกขนาดนี้ ก็ปลอดสารเคมี ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ อ่านเพิ่มเติม น้ำดื่มจากทะเลลึกฮาวาย

Modern trade

Modern trade และ Traditional trade

ภาคค้าปลีกในแต่ละประเทศจะมี 2 ลักษณะผสมกันอยู่ คือ ภาคค้าปลีกแบบดั้งเดิม(Traditional trade) กับ ภาคค้าปลีกสมัยใหม่(Modern trade) 
เรียกแบบภาษาชาวบ้าน ก็คือ ของเก่า กับ ของใหม่

ประเทศที่พัฒนาแล้ว (คือมีขั้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจดีกว่าประเทศเรา)
ภาคค้าปลีกส่วนใหญ่ ก็จะเป็น Modern tarde คือ การค้ามีความทันสมัย ทั้งรูปแบบร้าน เครื่องมือ เทคโนโลยีที่นำมาใช้

วิธีสังเกตุง่ายๆ ว่าเป็นค้าปลีกสมัยใหม่ หรือไม่? ก็ดูได้จาก เป็นร้านติดแอร์ และมีเครื่องออกใบเสร็จ 
ส่วนค้าปลีกแบบดั้งเดิม ก็ประเภท จัดของไม่เป็นระบบนัก ไม่มีการติดป้ายราคา ลูกค้าไม่สามารถหยิบสินค้าด้วยตัวเองได้

สำหรับสัดส่วนของ Modern trade / Traditional trade ในเมืองไทยตอนนี้ ข้อมูลคร่าวๆคือ 50:50 ครับ
ในต่างจังหวัดยังมีร้านโชห่วย อยู่เป็นจำนวนมาก

แต่อนาคตสัดส่วนนี้ ก็จะเปลี่ยนไป 

ประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่างก็เผชิญการเปลี่ยนแปลงนี้มาแล้ว
ญี่ปุ่นหนึ่งในผู้นำเศรษฐกิจโลก เจอการเปลี่ยนแปลงทั้งนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนญี่ปุ่นเอง ที่ไปซื้อ Know-how มาใช้
ค้าปลีกแบบดั้งเดิม หรือโชห่วยของญี่ปุ่น ก็ต้องปรับตัว รูปแบบหนึ่งที่ทำให้ผู้ค้าปลีกรายเล็กๆ สามารถส่งต่อกิจการให้รุ่นลูกได้
ก็คือการเป็นแฟรนไชส์ Franchise  กลายเป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้ามีการศึกษาอย่างเราๆท่านๆ
สำหรับเมืองไทย แนวโน้มคงไม่ต่างกันนัก หากแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ซึ่งตัวที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่ใคร ก็พวกเรานั่นแหละครับ 

 [ad#blend-336×280]

โอกาสของ "ผู้ตาม"

พูดถึง “ผู้ตาม” หรือ “เบอร์สอง” ถ้าเลือกได้ คงไม่มีใครอยากเป็น 

โดยเฉพาะในการทำธุรกิจ การเป็นผู้นำตลาด มีส่วนแบ่งเยอะๆ ย่อมดีกว่า เป็นไหนๆ

แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า เบอร์สอง จะไม่มีโอกาสซะเลยยิ่งในยุคของแพงแบบนี้ โอกาสงามๆ กำลังจะหล่นใส่ และกระจายไปถึงเบอร์ 3-4-5 ด้วย

โดยทั่วไป เราพอจะเห็นนะครับว่า ด้วยความเป็นมวยรอง การตั้งราคาขาย มักจะต่ำกว่าเจ้าตลาด  ส่วนจะต่ำมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและกลยุทธ์ 

สินค้าหลายตัว ที่ราคามีผลมาก ต่อการตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือเปล่า การลดราคาเพียงเล็กน้อย ทำให้ช่วยขายได้มากขึ้น นี่เป็นจังหวะของมวยรอง ที่จะงัดกลยุทธ์ราคามาใช้ เพราะตัวเองได้เปรียบอยู่แล้วสินค้าพวกนี้แหล่ะครับ ที่จะเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคยุคน้ำมันแพง ที่ต้องรัดเข็มขัดทุกรูปแบบ   

แต่ก็ใช่ว่า เบอร์สอง จะลุยตลาดได้ง่ายๆ เพราะสินค้าบางตัว เบอร์หนึ่งเอง ก็งัดราคามาสู้ แบบไม่กลับเสียหน้า เสียยี่้ห้อ 

“เบอร์สอง” จะสวนหมัด ทำตลาดได้มากน้อยแค่ไหน คุณๆ ก็พอจะตอบได้  ลองสังเกตุตัวเองดูครับ ว่าเรายังเลือกซื้อของยี่ห้อดัง ราคาแพง อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า 

แต่ผม เริ่มหยวนๆ ของบางอย่าง คุณสมบัติไม่ต่างกันมาก ซักผ้าได้เหมือนกัน ล้างสะอาดเหมือน เช็ดแห้งได้เหมือนกัน และอีกหลายๆ ความเหมือน ที่เราไม่ค่อยมองมันตอนที่มี “ตังค์” เต็มกระเป๋า

ส่วนนักตลาด ที่มีข้อมูลยอดขายสินค้าในภาพรวม ก็จะเริ่มเห็นแล้วว่า เบอร์ 2-3-4 ตีตื้นขึ้นมาอย่างสนุก โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องกิน ต้องใช้ในชีวิตแต่ละวัน 

บรรยากาศแบบนี้ ช่างเหมาะกับนิสัยของคนไทยจริงๆ ที่หากไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ ก็มักจะเลือกเชียร์มวยรอง

ความสุขเกิดขึ้นได้จากการสร้างความสุขให้คนรอบข้าง