อยู่ไหนกานนน …อยู่บ้าน

“ไปกี่ทีก็หาที่จอดรถยาก หากได้เดินก็เพลินจนได้ของติดมือออกมาด้วย” บรรยากาศแบบนี้นึกถึงห้างไหนกันบ้างครับ ถ้ายังนึกไม่ออก ผมมีคำใบ้เพิ่มอีกนิดหน่อย “เป็นห้างขนาดใหญ่มาก ไปกี่ทีก็มีของใหม่มาให้เลือก เดินปุ๊บรู้สึกอยากแต่งบ้านขึ้นมาทันที” แบบนี้พอทายถูกไหมครับ ห้างที่ว่าคือ อิเกีย(IKEA) ที่ปัจจุบันเตรียมจะเปิดสาขาที่สองในเมืองไทยที่ย่านบางใหญ่ หลังจากชิมลางสาขาแรกมาแล้ว 5 ปี ที่สาขาบางนา ปริมาณลูกค้าที่เยอะต่อเนื่องยืนยันว่าไม่ใช่เป็นกระแส แต่มีเป็นความต้องการที่แท้จริง ที่อิเกียดึงดูดใจผู้บริโภคได้ขนาดนี้ เพราะว่าสามารถหา ‘จุดร่วม’ ที่ลงตัวระหว่าง
…เข้าใจความต้องการของลูกค้า รู้ว่าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างไร ต้องการอะไรเพิ่มเติม
…เข้าใจความต้องการของตัวเอง หมายความว่า บริษัทอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร อ่านเพิ่มเติม อยู่ไหนกานนน …อยู่บ้าน

Advertisements

ออกแบบความเค็ม

นำมาให้อ่านอีกครั้ง นี่เป็นบทความที่ผมเขียนลงนิตยสาร K Inspired ฉบับไตรมาสสี่ที่ผ่านมา เนื้อหาเหมาะสำหรับสภาพเศรษฐกิจในช่วงนี้ ติดตามรับชมรับอ่านได้เลยครับ!!!

มี 3 วิธีที่จะทำให้ตัวเลขทางการเงินสวยๆ อย่างแรกคือเค็ม อย่างที่สองคือเค็ม และสุดท้ายคือเค็ม

อย่าเพิ่งหาว่าผมกวนนะครับ ที่ต้องเขียนย้ำคำว่าเค็ม แทนที่จะเขียนเพียงคำเดียว เพราะหากบอกว่าให้เค็ม หลายคนจะนึกถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายทุกรูปแบบ เน้นลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ประเด็นอยู่ตรงคำว่า ‘ไม่จำเป็น’ นี่แหละครับ จะรู้ได้อย่างไรเพราะค่าใช้จ่ายบางอย่างไม่จำเป็นในขณะนี้ แต่อาจคือหัวใจในการทำธุรกิจในอนาคตข้างหน้า ‘ไม่จำเป็น’ จึงคล้ายกับคำว่า ดุลยพินิจ ในภาษาทางกฎหมาย การตีความมักเป็นไปได้ทั้งสองแบบ ที่ผมเน้นย้ำคำว่าเค็ม ก็เพื่อให้องค์กรเค็มอย่างมีหลักการ นั่นคือ ต้องออกแบบความเค็ม อ่านเพิ่มเติม ออกแบบความเค็ม

เพราะมีเป้า เราจึงสนุกขึ้น

ถ้าคุณไม่วัด แล้วจะจัดการได้อย่างไร (You can’t manage what you can’t measure.) เป็นคำพูดที่เรามักได้ยินประจำ หนึ่งในนั้นคือ Peter Drucker กูรูด้านการจัดการ

เอ่ยถึงการวัดหลายคนมักนึกถึงแต่การทำงานการทำธุรกิจที่ต้องมี KPI กำหนดเป้าหมายในแต่ละปี แต่ที่จริง
นั้นการใช้ชีวิตประจำวันก็ควรวัดเช่นกัน

ทำไมผมจึงพูดแบบนั้น ก็เพราะว่าการวัดมีเบื้องหลังที่สนุกซ่อนอยู่
หากพร้อมแล้วก็หยิบตลับเมตร เดินตามมาเลยครับ อ่านเพิ่มเติม เพราะมีเป้า เราจึงสนุกขึ้น

ศาสตร์พระราชา

“…ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปรารภว่า “ฉันครองราชย์สองปีแรก ฉันไม่มีผลงาน เพราะฉันยังไม่รู้ว่าราษฎรต้องการอะไร” เป็นที่ประจักษ์ว่า ทรงมองการเป็นพระมหากษัตริย์เป็นเรื่องของงาน เป็นพระราชภาระ ที่จะสนองความต้องการของราษฎร เพื่อราษฎรจะได้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข และการที่จะทรงงานให้ได้ผลตรงเป้าหมายนั้น ต้องทราบว่าประชาชนต้องการอะไร ในการเสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎร ซึ่งจะทรงใช้เวลาปีละประมาณ 6 เดือน ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเองบ้าง รถยนต์พระที่นั่งไปไม่ได้ ก็ทรงพระดำเนินลุยน้ำลุยโคลน พระหัตถ์ทรงถือแผนที่ ทรงสังเกตพื้นที่ และทรงบันทึกภาพ ทรงถามชาวบ้านเป็นเวลานานๆ ถึงเวลาพระกระยาหารก็ประทับเสวยข้าวกล่องเหมือนๆ กับผู้ตามเสด็จทั้งหลาย ตกค่ำจะพระราชทานเลี้ยงผู้ที่มาช่วยงาน เสวยเสร็จก็ทรงกางแผนที่บนโต๊ะ มีพระราชดำรัสถึงปัญหาที่ทรงพบระหว่างการเสด็จฯ ทรงซักถามความคิดเห็น และพระราชทานพระราชดำริถึงการแก้ปัญหานั้นๆ อย่างตรงจุดและยั่งยืน ฉะนั้น พระตำหนักตามภาคต่างๆ นั้น ไม่ใช่เป็นที่สำราญพระราชอิริยาบถ แต่เป็นสำนักงานที่ใช้ทรงงาน…” อ่านเพิ่มเติม ศาสตร์พระราชา

อยู่ใกล้ก็หวั่นไหวกันบ้าง

เคยสังเกตไหมครับว่าเวลาไปเดินชอปปิ้ง บ่อยครั้งที่‘ผิดแผน’
…ผิดแผนเพราะตั้งใจจะซื้อ แต่ไม่ได้ของกลับบ้าน
…ผิดแผนเพราะตั้งใจจะซื้อนิดเดียว แต่ได้ของมากกว่าที่คิด
…ผิดแผนเพราะตั้งใจไปเดินเล่นไม่คิดจะซื้อ แต่มีของติดมือกลับบ้านด้วย

ถ้าผิดแผนแบบแรกก็คงดีเพราะไม่เสียเงิน แต่ส่วนใหญ่มักเป็นแบบสองกับแบบสามมากกว่า ถ้านึกไม่ออกว่าเคยทำผิดแผนบ่อยแค่ไหน ให้ลองนึกย้อนไปถึงการเดินซื้อของใช้เข้าบ้านในชีวิตประจำวันครั้งล่าสุด ในขณะที่เข็นรถเข็นเดินเลือกสินค้าในห้างติดแอร์ แม้จะมีรายการสินค้าอยู่ในใจ แต่มักมีการ‘เปลี่ยนใจ’ เป็นประจำ อ่านเพิ่มเติม อยู่ใกล้ก็หวั่นไหวกันบ้าง

กัลยาณ-คิด

“ไอ้หนูซื้อมาม่าซองนึง เอายี่ห้อไวไวนะ”
ถามหาเป๊ปซี่ พอหยิบมาให้กลับบอกว่าเอายี่ห้อโค้ก
จำได้ว่าตอนสมัยเด็กที่บ้านผมเปิดร้านโชห่วย เวลาลูกค้ามาซื้อของ ผมมักงงกับการสั่งสินค้าแบบนี้

การเรียกชื่อสินค้าที่ผิดฝาผิดตัวแบบนี้ มีส่วนกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SME คิดจะสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง มองว่าการมีแบรนด์เหมือนเป็นแต้มต่อในการทำธุรกิจ ซึ่งจริงๆก็เป็นอย่างนั้น แต่การทำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือไม่ใช่เรื่องง่าย ผมใช้คำว่า ‘เป็นที่รู้จัก’ และ ‘น่าเชื่อถือ’ เพราะทั้งสองส่วนคือองค์ประกอบสำคัญของแบรนด์ ที่ต้องเน้นแยกเป็นสองส่วน เพราะแต่ละส่วนใช้ความพยายามต่างกัน ใช้ต้นทุนต่างกัน แต่สุดท้ายแบรนด์จะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อทำทั้งสองส่วนได้ดี อ่านเพิ่มเติม กัลยาณ-คิด

ความสุขเกิดขึ้นได้จากการสร้างความสุขให้คนรอบข้าง