คลังเก็บป้ายกำกับ: นิวคาสเซิล

ลองเล่นกองหน้า ตอน 2

>เนื้อหาตอน 1<
ทักษะที่ต่างกัน ไม่ใช่มีแค่เรื่องจุดหมายของลูกบอล แต่ยังมีเรื่อง ‘รับมือกับคน’
ตรงนี้ให้นึกถึงเวลาเด็กๆเล่นเกมตำรวจจับโจร
กองหลัง ต้องติ๊ต่างว่าเป็นตำรวจ ที่ตามประกบคู่แข่งให้ดี
กองหน้า ต้องคิดว่าตัวเองเป็นโจร ต้องสลัดหนีคู่แข่ง
ส่วนกองกลาง ให้คิดว่าตัวเองเป็นโจรที่ปลอมตัวเป็นตำรวจ ต้องตามประกบเวลาคู่แข่งได้บอล แต่พอแย่งบอลมาได้ก็สวมวิญญาณโจร หนีให้ไกลและส่งลูกบอลไปให้เพื่อนให้เร็ว
ทักษะในการตามประกบและหนีตัวประกบจึงแตกต่างไปตามหน้าที่ ตามตำแหน่ง

ในวงการฟุตบอล มีนักเตะจำนวนไม่น้อย ที่เริ่มต้นเล่นในตำแหน่งกองหลัง แต่กลับโด่งดังในตำแหน่งอื่น นั่นเป็นเพราะค้นพบตัวเองและมีโค้ชเก่งช่วยฝึกสอน นักเตะคนล่าสุดที่อยู่ในข่ายนี้ เพิ่งกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของการย้ายทีมภายในเกาะอังกฤษ เขาคือ แอนดี้ แคร์โรลล์ ครับ
แคร์โรลล์ ย้ายจากนิวคาสเซิลไปลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ แพงสุดเป็นสถิติของสโมสร
เขาเริ่มเล่นฟุตบอลที่ ไบรท์ตัน อเวนิว ไพรมารี่ สคูล ในตำแหน่งแบ็กซ้าย แคร์โรลล์จัดเป็นนักเตะฝีเท้าดีตั้งแต่เด็กๆ ในตอนนั้นเขาไม่ได้ตัวใหญ่กว่าเพื่อนๆเท่าไรนัก เขาย้ายไปเล่นให้หลายทีม โดยยังโชว์ฝีเท้าได้ดีในการเล่นกราบซ้าย จนกระทั่งอายุ 15 ปี ตอนที่ย้ายมาอยู่ทีม โลว์ เฟลล์ จูเนียร์ส ร่างกายก็สูงใหญ่โดดเด่นกว่าเพื่อน
นักเตะขายาวดูเหมือนจะเกะกะ แต่ลีลาเลี้ยงลูกหลบเพื่อนๆ 3-4 คน เข้าไปยิงประตู ทำให้โค้ชเริ่มคิดว่าลีลาแบบนี้ น่าจะเล่นตำแหน่งอื่นได้ดีกว่าอีก จากนั้น เคนนี่ วาร์ตัน โค้ชของสถาบันฝึกสอนลูกหนังแห่งนี้ ก็เปลี่ยน แคร์โรลล์ นักเตะกราบซ้าย มาเป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง

การที่แคร์โรลล์ เปลี่ยนจากกองหลังมาเป็นกองหน้า เป็นเพราะมีโค้ชเก่งมองเห็นโอกาสและช่วยฝึกสอน ในขณะที่ตัวคาร์โรลเอง ก็ต้องมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตำแหน่งใหม่ด้วย
ธุรกิจก็เช่นกันครับ แม้จะเริ่มต้นจากโรงงานรับจ้างผลิต แต่ก็มีสิทธิ์คิดจะทำแบรนด์ของตัวเอง

“เห็นหลายรายก็ทำแบบนี้ แต่มียี่ห้อไทยที่ไปรอดไม่กี่ชื่อ”
ใช่ครับ ในตลาดตอนนี้อาจมียี่ห้อไทยไม่เยอะนัก เพราะที่ผ่านมา OEM คิดเอง เล่นเอง ไม่มีโค้ช ไม่มีที่ปรึกษา ไม่มีกูรูคอยแนะนำ
แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป มีหน่วยงานหลายแห่งแย่งกันช่วย มีนิตยสารหลายเล่มเขียนถึงธุรกิจขนาดเล็กโดยเฉพาะ รายการทีวีที่เกี่ยวกับเอสเอ็มอีก็มีหลายช่อง
ถึงตรงนี้ก็เหลือแค่ OEM แล้วหละครับ ว่าอยากจะลองเล่นตำแหน่งอื่นหรือไม่ และเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองหรือเปล่า

“แต่ถ้าพยายามแล้วไปไม่รอดหละ”
การปั้นแบรนด์ไม่ได้สำเร็จง่ายๆ และก็ไม่มีสูตรสำเร็จด้วย
บางสินค้าอาจใช้เวลาไม่นาน เพราะเปิดตัวได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ในขณะที่บางสินค้าต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ถึงอย่างไร รับรองได้ว่าเวลาที่ลงทุนไปไม่เสียเปล่า อย่างน้อยๆ การลองเล่นในตำแหน่งใหม่ จะช่วยเพิ่มทักษะ ทำให้เข้าใจ ‘มุมมอง’ ของคนอื่นมากขึ้น
การเล่นกองหน้า ทำให้ได้รู้จักลูกค้ามากขึ้น รู้ว่าชอบอะไร อยากได้อะไรเพิ่ม
การเล่นกองหน้า ทำให้ได้รู้จักคู่แข่งมากขึ้น ว่าเขามีจุดแข็งตรงไหน ใช้มุขการตลาดอะไรบ้าง
การเล่นกองหน้า ทำให้รู้ว่าคู่ค้า ว่าทำไมถึงปฏิบัติแบบนั้น
หากลงแข่งบ่อยๆ ประสบการณ์จะมากขึ้น ทักษะดีขึ้น แม้อาจไม่เก่งเหมือนกองหน้าอาชีพที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง แต่ถ้าพอเล่นได้ ยิงประตูเป็น ก็ยังดีกว่าเสี่ยงเล่นกองหลังเพียงอย่างเดียว
หรือถ้าแย่สุดๆ พยายามเต็มที่แล้ว แต่เล่นกองหน้าไม่ได้เรื่องเลย สู้กลับไปเล่นกองหลังอย่างเดียว กลับไปรับจ้างผลิตเหมือนเดิม ก็จะเป็นกองหลังที่เหนือกว่ากองหลังทั่วๆไป เพราะเข้าใจกองกลาง กองหน้า ว่าต้องส่งบอลแบบไหนไปให้

ถ้าโรงงานผลิตตะกร้าพลาสติกใส่ขยะ รู้ว่าหูจับตะกร้ามีความคม มักบาดมือลูกค้า
ถ้าโรงงานผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด รู้ว่าฝาที่แบนเกินไป ทำให้จับไม่สะดวก เปิดดื่มยากเหลือเกิน
ถ้าโรงงานผลิตรังนกบรรจุขวด รู้ว่าฝาที่เป็นแบบดึง เมื่อดึงเปิด น้ำรังนกก็กระฉอกออกมาด้วย
…ถ้าโรงงานเหล่านี้รู้ แล้วหาวิธีปรับปรุงการผลิต จะเกิดอะไรขึ้น?
เห็นไหมครับ เพียงแค่เข้าใจผู้อื่น ก็เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันแล้ว
[ad#ad-1]