คลังเก็บป้ายกำกับ: บราซิล

SMEs สไตล์บราซิล

เด็กชาติไหนเตะฟุตบอลได้เก่งที่สุด?
‘เยอรมัน อิตาลี สเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ อาร์เจนติน่า บราซิล อุรุกวัย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น’
ในบรรดาช้อยส์ข้างต้น ผมเลือกบราซิลครับ อ่านเพิ่มเติม SMEs สไตล์บราซิล

Advertisements

ลองเล่นกองหน้า ตอน 1

เคยดูรายการ ‘เอสเอ็มอี ตีแตก’ ไหมครับ?
เสน่ห์ของรายการนี้ อยู่ที่ผู้แข่งขันทางบ้าน ขับรถเข้ามาตอบคำถามเพียงข้อเดียว ก็ได้ลุ้นรถเก๋งรุ่นใหม่ขับกลับบ้านแทนคันเดิม
“พี่ๆ ผิดรายการแล้วค่ะ นั่นรายการราชรถมาเกย”
อ้าว! เหรอครับ ขอโทษที เห็นคุณปัญญาเป็นพิธีกร นึกว่ารายการเดียวกัน เดี๋ยวนี้คุณปัญญามีรายการทีวีเยอะมาก ทำให้เกิดการจำผิดจำถูกกันเล็กน้อย อ่านเพิ่มเติม ลองเล่นกองหน้า ตอน 1

เติมเกมไม่ทัน

ถ้าโลกนี้ไม่มีฟุตบอล ประเทศที่เดือดร้อนเป็นอันดับต้นๆ ต้องมีชื่อบราซิลแน่นอน เพราะนอกจากกาแฟซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญแล้ว นักฟุตบอลอาชีพก็ทำรายได้ให้คนบราซิลไม่น้อย
ส่วนประเทศที่เดือดร้อนถัดมา ก็น่าจะเป็นไทยเรานี่แหละ เพราะเราคือนักดูฟุตบอลตัวยง มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกหรอกครับ ที่มีถ่ายทอดสดฟุตบอลอาชีพจากทวีปยุโรปทุกสัปดาห์ เฉพาะลีกสูงสุดของอังกฤษก็ถ่ายทอดครบทุกนัดทั้งฤดูกาล ส่วนฟุตบอลโลกและฟุตบอลยุโรปที่แข่งสลับกันทุกๆ 2 ปี บ้านเราก็ถ่ายทอดให้ดูฟรีๆทุกนัด
แม้ความคลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลของคนไทย อยู่ในอันดับต้นๆของโลก แต่ก็คงเทียบกับคนบราซิลไม่ได้ เพราะที่นั่นแทบจะหายใจเข้าออกเป็นลูกหนังกลมๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก คนทั้งประเทศก็แทบจะไม่ต้องทำงานทำการกันเลย

“ทำไมคนบราซิลจึงคลั่งฟุตบอลโลกขนาดนั้น” รุ่นน้องจอมปล่อยมุขแป๊ก ถามผม
ก็เขารอชมรอเชียร์นักเตะของเขานะสิ
“แล้วทำไม คนไทยทนอดหลับอดนอนเพื่อดูฟุตบอลโลก” เป็นคำถามที่สอง ผมเดาว่านี่เป็นคำถามเตรียมยิงมุขแน่ๆ
เออ.. ก็เชียร์ทีมที่ชอบ อย่างอังกฤษ เยอรมัน ยังไงหละ
“ไม่ถูก ก็เพราะไทยเราก็ไปฟุตบอลโลกเหมือนกัน” “ไปเป็นลูกๆ ไม่ไช่ไปเป็นทีมเหมือนประเทศอื่น”
ใช่แล้วครับ เมืองไทยเราเป็นแหล่งผลิตลูกฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลหลายรายการทั่วโลก

กลับเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ สถิติการแชมป์โลกมากที่สุด จำนวน 5 ครั้งของบราซิล การันตีเป็นอย่างดีว่า นักเตะจากประเทศนี้เก่งแค่ไหน สไตล์การเล่นที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก กลายเป็นเสน่ห์ให้หลายคนเอาใจช่วยทีมจากอเมริกาใต้
ทีมที่เล่นเกมรุก เปิดฉากบุกคู่แข่งตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่นักเตะดังๆส่วนใหญ่ จะเป็น กองหน้าและกองกลาง ต่างจากทีมประเทศอื่น ที่ผู้เด่นๆอาจเป็นกองหลังหรือผู้รักษาประตู แต่ก็มีนักเตะกองหลังหนึ่งคนที่โดดเด่นมากในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา
เขาคือ โรเบอร์โต้ คาร์ลอส ครับ
หากดูจากสถิติการยิงประตู จำนวน 11 ลูกให้ทีมชาติ และอีกเกือบ 50 ลูกให้ทีมรีลมาดริดในสเปน คงไม่มีใครเชื่อว่านี่คือ ผู้เล่นตำแหน่งแบ็กซ้าย
สถิติการยิงประตู ดีกว่ากองหน้าหลายทีมเสียอีก

จุดเด่นของเขา คือเล่นเกมรับได้ดี และเติมเกมรุกได้สะแด่วมาก แต่หากไปอยู่ในทีมที่เน้นเกมรับ คุณสมบัติแบบนี้ก็ด้อยประโยชน์ลงไปทันที เป็นความโชคดีที่เขาเป็นคนบราซิล และได้ย้ายมาเล่นให้ทีมรีลมาดริด สองทีมที่มีปรัชญาการเล่นคล้ายกัน คือเสี่ยสั่งลุย
การเล่นของ โรเบอร์โต้ คาร์ลอส กลายเป็นคุณสมบัติใหม่ที่ผู้เล่นตำแหน่งแบ็กพึงมี และโค้ชสมัยนี้ก็คาดหวังให้ผู้เล่นในแดนหลัง ขึ้นไปช่วยเติมเกมรุกด้วย
ทีมที่ผู้เล่นในแนวรับ เติมเกมรุกได้ดี สอดคล้องกับผู้เล่นในแดนหน้า (ย้ำนะครับว่าต้องสอดคล้องกันด้วย เพราะถ้าวิ่งขึ้นไปไม่ดี ก็ไปทับตำแหน่งกัน) จะช่วยให้ทีมได้ประตูมากขึ้น

เห็นการเติมเกมรุก จากผู้เล่นในแดนหลัง ทำให้ผมนึกถึงการทำโปรโมชั่นของห้างร้านต่างๆ
‘แลกซื้อสุดคุ้ม’
‘ราคาสุดช็อค’
‘ลดแล้วลดอีก’
การทำโปรโมชั่น เป็นสัญญาณบอกว่ากำลังเปิดเกมรุกเต็มที่
ที่บอกว่า เป็นสัญญาณเปิดเกมรุก เพราะเวลาทำโปรโมชั่นทุกครั้ง ก็จะมีการโฆษณา แจกใบปลิว ติดโปสเตอร์ และออกสื่อทุกรูปแบบ ป่าวประกาศให้ลูกค้าได้รับรู้
และลูกค้าก็กรูไปที่ร้านตามคำโฆษณา แต่ปรากฎว่า…
เจอเชลฟ์สินค้าว่างๆ พร้อมป้ายสีขาวตัวหนังสือสีแดง อ่านได้ว่า ‘สินค้าหมด’
“เฮ้ย! หมดอีกแล้วหรือนี่”

หรือบางที เชลฟ์สินค้าไม่ว่าง แต่สินค้าที่วางอยู่ ไม่เหมือนกับที่โฆษณาในใบปลิว เพื่อความแน่ใจต้องถามพนักงานขาย ก่อนหยิบสินค้าไปจ่ายตังค์
“ขอโทษคะ สินค้าตัวนี้ไม่ได้ร่วมรายการค่ะ เผอิญตัวโปรโมชั่นหมด น้องเขาเลยเอาตัวอื่นมาวางแทน”
เกือบไปแล้วครับ เกือบถูกหลอก

หลายคนที่ตั้งใจไปซื้อ พอเจอเหตุการณ์สินค้าหมด อดคิดไม่ได้ว่า ถูกหลอกหรือเปล่า?
แต่ผมไม่คิดว่าร้านจะตั้งใจหลอกหรอกนะครับ เพราะการทำแบบนั้น จะบั่นทอนอนาคตของตัวเอง หากไม่มีสินค้าเหมือนที่โฆษณาบ่อยๆเข้า ลูกค้าก็จะขาดความน่าเชื่อถือ

เหตุที่ร้านทำโปรโมชั่น ก็ต้องการดึงลูกค้าจากร้านคู่แข่ง
เหตุที่เจ้าของสินค้าแบรนด์ดัง ทำโปรโมชั่น ก็ต้องการดึงลูกค้าจากยี่ห้ออื่น
ดังนั้น ถ้าต้องการให้สัมฤทธิ์ผล ก็ต้องมีสินค้าขายตามที่โฆษณาไว้ ไม่ใช่พูดหาเสียงเพียงอย่างเดียว

การมีสินค้าให้พอขาย ทำได้ไม่ยากหากเป็นสถานการณ์ปกติ เพราะจะรู้ว่าแต่ละวันขายได้กี่ชิ้น จึงคำนวนล่วงหน้า และออร์เดอร์ได้ไม่พลาด แต่ถ้าจัดแคมเปญเมื่อไร การทำนายจะยากขึ้นกว่าเดิม
บางครั้งคาดว่า น่าจะขายดีกว่าเดิม 2 เท่า จึงตุนสินค้าไว้เท่านั้น แต่เอาเข้าจริง กระแสแรงเกินคาด สินค้าขาดเร็วกว่ากำหนด โดยเฉพาะของใช้ที่เก็บไว้ได้นาน เวลาทำโปรโมชั่น ลูกค้ามักซื้อไปสต๊อกไว้ที่บ้าน
ยังไม่พอครับ บางครั้งร้านโชห่วย ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ก็เอารถกระบะมาขนกันเลย
จึงไม่แปลกใจ ที่สินค้าจัดรายการ มักหมดก่อนเวลาอันควร
เป็นการเสียโอกาสขาย เหมือนกองหน้าบุกไปถึงเขตประตูฝั่งตรงข้าม แต่เพื่อนๆตามมาสมทบไม่ทัน

“งั้นก็สั่งสินค้ามาตุนไว้เยอะๆเลยสิ”
เป็นความคิดที่ดี แต่วิธีนี้ก็มีความเสี่ยงครับ หากแคมเปญไม่โดนใจลูกค้า หรือว่าคู่แข่งออกแคมเปญมาสู้และจัดหนักกว่า ก็แย่สิครับ เดี๋ยวนี้การแข่งขันรุนแรงไม่รู้ว่าคู่แข่งจะมาไม้ไหน
การใช้วิธีตุน เหมือนเอากองหลังขึ้นไปหนุนทั้งแผง เสี่ยงนะครับ ถ้าโดนโต้กลับจะเสียประตูทันที

ถ้าจะลดความเสี่ยงตรงนี้ คือไม่ตุนสินค้าไว้เยอะ ก็ต้องหันมาเน้น ‘กองหลังเติมเกมให้ทัน’
แต่ความยากในการทำธุรกิจคือ กองหลังและกองกลาง (ฝ่ายผลิตและจัดส่ง) มองไม่เห็น กองหน้า ว่าขายสินค้าเป็นอย่างไรบ้าง
ดังนั้น ต้องหาวิธีที่ทำให้ฝ่ายผลิต เห็นบรรยากาศหน้าร้าน จะได้ปรับกำลังการผลิตได้ถูก อาจใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งข้อมูลเรียลไทม์ ให้คู่ค้าและผู้ผลิตวัตถุดิบ
ยิ่งส่งข้อมูลที่สำคัญ ไปให้แนวหลังได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้มีกองหลังเติมเกมเก่งๆได้มากขึ้นเท่านั้น
อย่าลืมนะครับ การค้าสมัยนี้ ต้องมีแบ็กแบบ โรเบอร์โต้ คาร์ลอส
[ad#ad-1]